นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าแผนการกู้เงินใน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อนำมาดำเนินมาตรการ ไทยช่วยไทยพลัส ว่า สบน. มีความพร้อมเต็มที่ในการจัดหาแหล่งเงินทุนก้อนแรกวงเงิน 35,000 ล้านบาท โดยจะเริ่มดำเนินการในช่วงปลายเดือน พ.ค. 69 นี้เพื่อให้ทันกำหนดการเริ่มใช้จ่ายและโอนเงินช่วยเหลือเยียวยางวดแรกในวันที่ 1มิ.ย. 69
สำหรับการกู้เงินนี้ สบน. จะเลือกใช้วิธีระดมทุนผ่าน 2ช่องทางหลักผสมผสานกันซึ่งมีต้นทุนที่เหมาะสม ได้แก่ 1. การออกตั๋วสัญญาใช้เงิน (พี/เอ็น) 2. การทำสัญญากู้ยืมเงินกับสถาบันการเงิน (เทิร์ม โลน)
“ในปัจจุบันสภาพคล่องในระบบการเงินไทยยังคงอยู่ในระดับที่สูง และเพียงพอ รองรับการระดมทุนของภาครัฐได้อย่างไร้กังวล ซึ่งการผสมผสานเครื่องมือทางการเงินทั้งสองแบบจะช่วยให้รัฐบาลบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมที่สุด”
นางจินดารัตน์ กล่าวว่า แม้ว่ากรอบวงเงินรวมของโครงการ ไทยช่วยไทยพลัสเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนกว่า 43 ล้านคน จะมีวงเงินถึง 1.76 แสนล้านบาท แต่ สบน. ยืนยันว่าจะไม่มีการกู้เงินทั้งก้อนในคราวเดียว เนื่องจากรูปแบบโครงการเป็นการทยอยจ่ายเงิน เป็นระยะเวลานาน 4 เดือน (มิถุนายน – กันยายน 69) ดังนั้น สบน. จะใช้กลยุทธ์ ค่อยๆ ทยอยกู้ทีละเดือน วงเงินประมาณเดือนละ 4 หมื่นกว่าล้านบาท เพื่อไม่ให้เกิดภาวะเงินกองค้างไว้อยู่ในบัญชีโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายที่เกินความจำเป็นของประเทศ
อย่างไรก็ตาม แผนการกู้เงินในเดือนถัดๆ ไปอาจมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้โดยต้องพิจารณาปัจจัยร่วม 2 ประการ คือ หากมีโครงการช่วยเหลือใหม่ๆ ได้รับการอนุมัติเพิ่มเติมจาก ครม.รวมถึงต้องประเมินวงเงินจริงที่ประชาชนใช้สิทธิ์ในแต่ละเดือน เนื่องจากสิทธิ์ที่ใช้ไม่หมดในแต่ละเดือนจะไม่สามารถนำไปทบในเดือนถัดไปได้



