พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า เมื่อวาน (19 พฤษภาคม 2569) เวลา 15.30 น. กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินที่ 182 (ฉก.นย.182) ได้จับกุมกลุ่มบุคคลสัญชาติกัมพูชา จำนวน 8 ราย ขณะลาดตระเวนตามแนวสันเขาในบริเวณพื้นที่ชายแดนบ้านคลองสะบ้า หมู่ 4 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด จากการสอบสวนเบื้องต้น กลุ่มชาวกัมพูชาดังกล่าวให้การรับสารภาพว่า ลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศ เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการควบคุมตัวและส่งมอบให้สถานีตำรวจภูธรคลองใหญ่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ต่อมาเมื่อเวลา 19.00 น. หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ได้ลาดตระเวนพื้นที่บริเวณด้านหลังลานจอดรถไพลิน ใกล้จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี และจับกุมบุคคลจำนวน 2 ราย มีลักษณะท่าทางพิรุธ จึงเข้าควบคุมและตรวจสอบ จากการสอบสวนเบื้องต้น ทั้งสองรายรับสารภาพว่า ได้ลักลอบเดินทางข้ามแดนไปทำงานเป็นแอดมินเพจพนันออนไลน์ในพื้นที่จังหวัดไพลิน ประเทศกัมพูชา ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยทำงานเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์หลายเครือข่าย ได้รับค่าจ้างเดือนละประมาณ 19,000 – 20,000 บาท แต่ภายหลังทางการกัมพูชาได้เข้าตรวจค้นและกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ในพื้นที่ ทำให้สถานที่ทำงานปิดตัว ไม่มีการจ่ายค่าจ้าง และต้องหลบซ่อนตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม ก่อนตัดสินใจลักลอบเดินทางกลับประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ จนถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบและจับกุมได้ในที่สุด เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน “เป็นบุคคลสัญชาติไทยเดินทางเข้า–ออก ราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านช่องทางตามที่กฎหมายกำหนด” ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.โป่งน้ำร้อน และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

โฆษกกองทัพเรือกล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ทั้งสองกรณีสะท้อนให้เห็นว่า ยังคงมีความพยายามลักลอบกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมาย การลักลอบเข้า–ออกประเทศ และการเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะขบวนการเว็บพนันออนไลน์และแก๊งหลอกลวงในประเทศเพื่อนบ้าน จึงมีความจำเป็นที่หน่วยงานความมั่นคงจะต้องคงการวางกำลัง การลาดตระเวนเชิงรุก และการบูรณาการด้านการข่าวอย่างเข้มข้น เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง