เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 69 นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยนายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน นำคณะหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน นายวฤทธิ์ชาติ ปาณชู นายอำเภอขุนยวม นายภานุเดช ไชยสกุล นายกสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแม่ฮ่องสอน สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยโป่ง และราษฎรบ้านไม้ฮุง ตำบลห้วยโป่ง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจแหล่งโบราณสถานสำคัญในพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน และอำเภอขุนยวม เพื่อรวบรวมข้อมูล ประเมินสภาพพื้นที่ และวางแนวทางอนุรักษ์อย่างยั่งยืน
การลงพื้นที่จุดแรก ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนและคณะ ได้เดินทางไปยังบ้านไม้ฮุง ตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน หลังจากได้รับแจ้งข้อมูลจากผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้าน และคณะครูในพื้นที่ ซึ่งมีการเผยแพร่ภาพผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Facebook) เกี่ยวกับการค้นพบกลุ่มโบราณสถานเจดีย์ร้างยุคล้านนา อายุกว่า 400 ปี กลางป่าบ้านไม้ฮุง
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเป็นกลุ่มโบราณสถานในยุคสมัยล้านนา มีอายุเก่าแก่ไม่น้อยกว่า 400 ปี ซึ่งยังคงมีโครงสร้างและรูปทรงสถาปัตยกรรมเด่นชัด ประกอบด้วยสถูปเจดีย์องค์ที่ 1 ชาวบ้านเรียกว่า “ดอยกองมูบ้านไม้ฮุง” สถูปเจดีย์องค์ที่ 2 ชาวบ้านเรียกว่า “ดอยกองมูคำเซิง” และโบราณสถานรูปแบบอาคารจำนวน 1 หลัง

นอกจากนี้ ตลอดเส้นทางเดินสำรวจระหว่างเจดีย์องค์ที่ 1 และองค์ที่ 2 ยังพบร่องรอยของอาคารโบราณกระจายตัวอยู่ในหลายจุด ซึ่งถือเป็นหลักฐานทางโบราณคดีชิ้นสำคัญที่สะท้อนถึงการตั้งถิ่นฐานและอารยธรรมอันรุ่งเรืองที่มีมาอย่างยาวนาน ก่อนการก่อตั้งจังหวัดแม่ฮ่องสอนในปัจจุบัน
ในวันเดียวกัน นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้นำคณะเดินทางต่อไปยังสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเวียงหล้า ตำบลขุนยวม อำเภอขุนยวม เพื่อเดินเท้าศึกษาเส้นทางธรรมชาติและสำรวจ “แหล่งโบราณคดีวงกลมหิน” หรือที่ชาวบ้านในพื้นที่เรียกว่า “วงตีไก่” จากการสำรวจพบร่องรอยวงกลมหินกระจายตัวอยู่หลายจุด โดยวงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดมีเส้นผ่านศูนย์กลางกว้างถึง 10 เมตร และ 12 เมตร ซึ่งคาดว่าเป็นร่องรอยอารยธรรมและกิจกรรมของกลุ่มคนในอดีตที่เคยอาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้
นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการปกป้องสมบัติทางวัฒนธรรมของจังหวัด โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นและประเมินสภาพพื้นที่ทั้งหมด หลังจากนี้ จังหวัดแม่ฮ่องสอนจะเร่งประสานงานไปยังกกรมศิลปากร เพื่อส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบ ขึ้นทะเบียน และร่วมกันวางแผนการดูแลรักษา บูรณะปฏิสังขรณ์ ตลอดจนพัฒนาแหล่งโบราณสถานเหล่านี้ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและคงคุณค่าอย่างยั่งยืนต่อไป



