“เอิ๊ร์ธ กษิดิ์เดช” ผู้ที่ชื่นชอบการร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก นับตั้งแต่จำความได้ครอบครัวของเขาได้ปลูกฝังให้เขารักเสียงเพลงและรักในการร้องเพลงมาตลอด เคยส่งให้เขาไปเรียนขับร้องที่สถาบันดนตรีมีฟ้า และ KPN ตั้งแต่ช่วงมัธยมต้น เอิ๊ร์ธเป็นนักร้องประจำโรงเรียนที่โรงเรียนประภามนตรี2 มีวงดนตรีเป็นของตัวเอง และได้เข้าร่วมการประกวดดนตรีต่างๆ จนคว้ารางวัลชนะเลิศทุกครั้งที่มีการประกวด แต่เอิ๊ร์ธไม่สามารถเล่นดนตรีได้ วิธีแต่งเพลงของเอิ๊ร์ธคือเอิ๊ร์ธจะฮัมทำนองเพลงขึ้นมาแล้วแต่งเนื้อร้องใส่กับทำนองที่ฮัมขึ้น เอิ๊ร์ธจึงมีเพลงแต่งเองอยู่หลายเพลงตั้งแต่เรียนอยู่ในระดับมัธยมศึกษา ปัจจุบันเอิ๊ร์ธได้มีผลงานเพลงที่แต่งเนื้อร้องและทำนองเองมาแล้วหลายเพลง นั่นคือ กลับมารักตัวเอง, คนไม่มีความหมาย, ไหนบอกว่ารัก, โฉมงามกับเจ้าชายอสูร, ไม่อยากจะคิดเลย, ขอบคุณความรัก, คนน่ารำคาญ, ช่วยปล่อยให้ฉันเสียใจ รวมถึงมีผลงาน EP Album ชื่อว่า Songs About Her ในสไตล์ Variety Pop ซึ่งมีเพลงบรรจุไว้ 5 เพลง ซึ่งเอิ๊ร์ธก็เป็นคนแต่งเนื้อร้องและทำนองเองเช่นเคย
มาถึงผลงานล่าสุดกับเพลง “ความคิดถึงสู้กลับ” หลังจากที่เอิ๊ร์ธได้พักจากการทำเพลงไปประมาณสามปี เอิ๊ร์ธเองได้ลองทบทวนตัวเองว่าจริงๆ แล้วตัวเองอยากนำเสนอเพลงแบบไหน เติบโตมากับเพลงแบบไหน แล้วมีความรู้สึกไหนที่ติดค้าง เพื่อถ่ายทอดเป็นเนื้อเรื่องที่จะเล่า จึงได้ข้อสรุปว่าเอิ๊ร์ธจะกลับมาทำเพลงแนว Pop Rock ยุค 2000s อีกครั้ง ซึ่งเป็นแนวเพลงที่เป็นสารตั้งต้นให้เอิ๊ร์ธทำเพลงมาตั้งแต่แรก ในส่วนของเนื้อหา เอิ๊ร์ธได้วิเคราะห์ตัวเองว่า จริงๆแล้วตัวเองเป็นคนที่ชอบจำอะไรฝังใจมากๆ บวกกับเห็นคำในโซเชียลที่คนแชร์กันมากมาย นั่นคือคำว่า “ชีวิตสู้กลับ” เอิ๊ร์ธเลยนำไอเดียคำนี้มาดัดแปลงให้เข้ากับเพลงที่จะทำ เลยได้ชื่อเพลงว่า “ความคิดถึงสู้กลับ” เป็นการตีความแทนความรู้สึกของคนที่ยังลืมอดีตไม่ได้ แม้สมองจะสั่งให้ลืมเท่าไหร่ แต่หัวใจยังคงสู้กลับโดยพาคนในความทรงจำกลับมาให้พ่ายแพ้อยู่ดี
เมื่อได้ไอเดียทั้งหมด เอิ๊ร์ธเริ่มแต่งท่อนฮุคของเพลงนี้ก่อน แล้วค่อยๆ แต่งท่อนอื่นตามมา ซึ่งวิธีการของเอิ๊ร์ธก็คือฮัมทำนอง แล้วเขียนเนื้อร้องให้เข้ากับทำนองที่ฮัม แล้วบันทึกเสียงร้องปากเปล่าไว้ จากนั้นก็ส่งเสียงร้องปากเปล่าไปให้กับคนทำเพลงคู่บุญของเอิ๊ร์ธนั่นคือ “พีท มือกีตาร์วง Pancake” วงดนตรี Pop Rock ยุค 2000s ที่เอิ๊ร์ธมองว่าแนวเพลงที่เอิ๊ร์ธจะทำเป็นอะไรที่ตรงยุคและเข้ามือ Music Producer คนนี้ที่สุด
เมื่องานในส่วนดนตรีเสร็จแล้ว ขั้นตอนในการบันทึกเสียงร้อง เพลงนี้เอิ๊ร์ธได้ชักชวน “ไทเกอร์” รุ่นน้องที่โรงเรียนประภามนตรี 2 ที่เคยร้องเพลงประสานเสียงด้วยกันสมัยเรียน มาร้องเสียงประสานให้กับเพลงๆนี้ โดยไปบันทึกเสียงกันที่ Life Beat Studio และส่งต่อให้ทาง “พงศ์ พงศธร” ผู้ที่เคยร่วมงานบันทึกเสียงร้องเพลง “แม้เธอไม่เคยรู้” ในผลงาน EP Album: Songs About Her ของเอิ๊ร์ธ มารับหน้าที่เป็น Vocal Editor ให้กับเพลงๆนี้ จนมาถึงกระบวนการทำ Mixed Mastered เอิ๊ร์ธได้ทาง “ปุ้ย สุภวัฒฐ์” มารับหน้าที่ในส่วนนี้ผ่านการประสานงานโดย “ตูน Neo Risen” จนทำให้เพลงๆนี้เสร็จสมบูรณ์
ในส่วนของงานภาพและวีดีโอ เอิ๊ร์ธอยากนำเสนออะไรที่เป็นตัวเองมากที่สุดนั่นคือ Lyric Video ที่จะโชว์เนื้อเพลงที่เอิ๊ร์ธเขียนให้โดดเด่น เสริมภาพลักษณ์การเป็นคนทำเพลงให้เอิ๊ร์ธได้อย่างตรงจุดโดยได้ทาง “โซนี่ แอดมินเพจ SNFX” ที่มีเครดิตเคยทำงาน Art ต่างๆ ให้ซีรีส์ และภาพยนตร์ของทาง Netflix มาแล้วมากมาย มาดูแลเรื่องงานภาพ งานวีดีโอ และงาน Art ในต่างๆ ในรูปแบบงานศิลปะเชิงสัญลักษณ์ ที่จะมีสัญญะต่างๆที่มีความหมายซ่อนอยู่ในสัญลักษณ์ และภาพแต่ละภาพที่ปรากฏในวีดีโอ โดยทางโซนี่ กลับมาร่วมงานกับเอิ๊ร์ธอีกครั้ง จากที่เคยร่วมงานกันเมื่อสามปีก่อนใน EP. Album: Songs About Her
“ความคิดถึงสู้กลับ” คือผลงานที่บอกตัวตนความเป็น เอิ๊ร์ธ กษิดิ์เดช ได้ดีที่สุด ทั้งในแง่เนื้อหา เพลงที่เขียนมาจากความรู้สึกของตัวเองจริงๆ แนวเพลงที่เป็นจริตของเอิ๊ร์ธ ที่มีอิทธิพลในการทำเพลงของเอิ๊ร์ธมาตั้งแต่เพลงแรก รวมถึงงานภาพ งานวีดีโอที่นำเสนอเอิ๊ร์ธในฐานะนักร้องนักแต่งเพลงได้อย่างชัดเจน โดยผสมผสานกับความเป็นงานศิลปะเชิงนามธรรมได้อย่างลงตัว


แฟนๆสามารถติดตามข่าวสารรอบโลกได้แล้ววันนี้ที่ www.dailynews.co.th และทุกแพลตฟอร์มของ Dailynews



