ท่ามกลางความตื่นตระหนกของประชากรโลก หลังองค์การอนามัยโลก (WHO) ยกระดับเตือนภัยขั้นสูงสุด ประกาศให้ “โรคไวรัสอีโบลา” เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ ซึ่งโรคนี้เมื่อมีอาการแล้ว อัตราการเสียชีวิตสูงถึง 40-80% โอกาสที่เดินทางออกนอกพื้นที่ และแพร่ระบาดใหญ่เหมือนโควิดจึงเป็นไปได้น้อย แต่เนื่องจากเป็นโรคอันตราย อีกทั้ง สายพันธุ์ที่ระบาดตอนนี้คือ “บันดิบูเกียว” ซึ่งยังไม่มีทั้งวัคซีน และยารักษาโรค ประเทศไทยจึงได้มีการวางมาตรการรัดกุม

ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 พ.ค. “นายสมบัติ บุญงามอนงค์” หรือ “บก.ลายจุด” นักกิจกรรมทางการเมือง ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตและสะท้อนมุมมองต่อวิกฤติอีโบลา โดยระบุข้อความว่า “อีโบลาที่ระบาดในคองโกตอนนี้ เมื่อก่อนเป็นข่าวเกือบทุกปี มีคนตายจำนวนมาก และสมัยก่อนไม่มีวัคซีน ด้วยเหตุผลสำคัญ คือ มันเกิดระบาดในประเทศยากจน และไม่จูงใจให้บริษัทยาขนาดใหญ่ลงทุนในการศึกษา และพัฒนาวัคซีน แต่ต่อมาชุมชนนักวิทยาศาสตร์ช่วยกันแบ่งปันงานวิจัย และช่วยทำให้การวิจัยคืบหน้าจนเกิดผลสำเร็จ”

อย่างไรก็ตาม “แม้จะไม่คุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ในแบบการลงทุนของบริษัทยาทั่วไปก็ตามที เอาจริงอีโบลาเป็นไวรัสที่ถูกนำมาสร้างเป็นหนังโรคระบาดอยู่หลายครั้ง แทบจะเป็นต้นแบบของหนังแนวนี้ด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม สายพันธุ์ที่ระบาดอยู่ตอนนี้ไม่รู้ว่าวัคซีนตัวที่พัฒนามาก่อนหน้านี้ใช้งานได้หรือเปล่า”

ขอบคุณข้อมูลจาก : สมบัติ บุญงามอนงค์