เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการลงทะเบียนโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส วันแรก ในเขต จ.ขอนแก่น หลังระบบเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 06.00 น. ที่ผ่านมา โดยพบว่ามีประชาชนให้ความสนใจลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก
โดยเฉพาะที่ธนาคารกรุงไทย สาขาศาลากลางจ.ขอนแก่น พบว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักซึ่งธนาคารได้เปิดจุดบริการพิเศษสำหรับลงทะเบียน ตรวจสอบข้อมูล และให้คำแนะนำแก่ประชาชนที่พบปัญหาในการลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส บริเวณด้านข้างของธนาคาร เพื่อรองรับประชาชนที่ทยอยเดินทางมาติดต่ออย่างต่อเนื่องโดยปัญหาส่วนใหญ่ที่พบ ได้แก่ การเปลี่ยนซิมหมายเลขโทรศัพท์ การเปลี่ยนบัตรประชาชน ซิมโทรศัพท์ไม่ได้ลงทะเบียน ไม่เคยได้รับสิทธิ์โครงการคนละครึ่งมาก่อน การยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ ลืมรหัสผ่าน และปัญหาการสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน
โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารได้จัดกำลังประจำจุดบริการ เพื่อให้คำแนะนำและช่วยดำเนินการตรวจสอบข้อมูลให้กับประชาชน โดยเฉพาะกรณีผู้ที่เข้าแอปพลิเคชันเป๋าตังแล้วระบบแสดงข้อความว่ารอตรวจสอบ 3 วัน ทางธนาคารได้ชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวถือว่าลงทะเบียนสำเร็จแล้ว แต่ยังต้องรอการตรวจสอบข้อมูล จึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะไม่ได้รับสิทธิ์

ร.ต.โอวาส ประกอบดี อายุ 73 ปี ชาว อ.เมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ลงทะเบียนตั้งแต่ช่วงเช้า แต่ยังไม่สามารถลงทะเบียนได้ แม้จะพยายามลงทะเบียนแล้วถึง 3 ครั้ง จึงเดินทางมาที่ธนาคารกรุงไทย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยดำเนินการลงทะเบียนให้ เนื่องจากระบบขึ้นข้อความว่ามีปัญหาเกี่ยวกับบัตรประชาชน รหัสไม่ถูกต้อง และให้มาติดต่อที่ธนาคาร
“ผมเป็นผู้ลงทะเบียนรายใหม่ จึงพบปัญหายุ่งยาก เพราะที่ผ่านมาไม่สามารถลงทะเบียนได้สำเร็จสักครั้ง ตอนแรกยังมีความหวังว่าจะได้รับสิทธิ์ แต่ขณะนี้ไม่ได้คาดหวังมากนัก เนื่องจากบัตรประชาชนมีปัญหา อย่างไรก็ตาม หากได้รับสิทธิ์เงิน 4,000 บาท ก็จะช่วยได้มาก โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่หากไม่ได้รับสิทธิ์ก็ไม่เสียดาย เพราะตนเองยังรับเงินบำนาญอยู่”
ร.ต.โอวาส กล่าวต่อว่า โดยส่วนตัวอยากให้รัฐบาลแจกให้ประชาชนโดยไม่ต้องลงทะเบียน เพราะรัฐมีเลขบัตรประชาชนของทุกคนอยู่แล้ว ไม่ควรต้องให้มาลงทะเบียนให้วุ่นวาย โดยเฉพาะผู้สูงอายุอายุ 70-80 ปีเหมือนตนเอง มักมีปัญหาเรื่องสายตา การถ่ายรูปหรือสแกนใบหน้าเข้าใช้งานไม่ได้ เพราะระบบมองไม่เห็นดวงตา ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ใส่แว่นตา ตาก็มองไม่ชัด ทำให้ระบบตรวจจับไม่ได้

ขณะที่ น.ส.นิภารัตน์ มาตรประสงค์ อายุ 26 ปี ชาว อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า เดินทางมาจากอำเภอน้ำพอง เนื่องจากจุดให้บริการมีประชาชนจำนวนมาก ก่อนหน้านี้ได้เดินทางไปที่อำเภอกระนวนแล้ว แต่พบว่ามีคนจำนวนมากเช่นกัน จึงตัดสินใจพาแม่เข้ามาใช้บริการที่ธนาคารในเขตตัวเมืองขอนแก่น
“การลงทะเบียนในส่วนตัวมองว่ามีความยุ่งยากมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุ หากไม่มีลูกหลานพามาดำเนินการก็จะยิ่งลำบากมากขึ้น ตนเองพาแม่มาสแกนใบหน้าที่ธนาคาร แต่ตู้สแกนอยู่ค่อนข้างสูง ทำให้แม่ไม่สามารถสแกนใบหน้าได้ อย่างไรก็ตาม ธนาคารได้เปิดจุดบริการเพิ่มเติมบริเวณด้านข้าง จึงพาแม่ไปรอคิวเพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยดำเนินการลงทะเบียนให้ผ่าน ซึ่งถือว่าเป็นการให้บริการที่ค่อนข้างดีในระดับหนึ่งโครงการนี้ หากได้รับสิทธิ์ก็ดี แต่หากไม่ได้ก็ไม่เป็นไร อย่างไรก็ตามก็อยากให้ได้รับสิทธิ์ เพราะสามารถช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้มากพอสมควร”

ด้านนางสุจิตรา บุญศรี อายุ 49 ปี ชาว อ.พระยืน จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ตนเองยังคงหวังว่าจะได้รับสิทธิ์ในครั้งนี้ เนื่องจากครั้งที่ผ่านมาเคยมายืนยันตัวตนผ่านแล้ว แต่เมื่อลงทะเบียนไม่ทัน จึงไม่ได้รับสิทธิ์โครงการดังกล่าว ทั้งนี้สำหรับการลงทะเบียนครั้งนี้ ปัญหาและอุปสรรคที่พบคือ ตนเองลืมรหัสผ่าน ทำให้ต้องเดินทางเข้ามาติดต่อที่ธนาคารกรุงไทยเท่านั้น อีกทั้งต้องเดินทางไกลกว่า 30 กม. จาก อ.พระยืนเข้ามาในตัวเมืองขอนแก่น เนื่องจากในพื้นที่อำเภอพระยืนไม่มีธนาคารกรุงไทยให้บริการ จึงจำเป็นต้องเสียเวลาเดินทางเข้ามาดำเนินการด้วยตนเอง
“ถ้ามาลงทะเบียนครั้งนี้แล้วยังไม่ได้อีก ก็จะรู้สึกเสียใจ อยากฝากถึงรัฐบาลว่า น่าจะให้สิทธิ์กับประชาชนทุกคน ไม่ต้องให้มานั่งลงทะเบียนกันแบบนี้ เพราะเสียเวลา คนที่ได้ก็ดีใจ แต่คนที่ไม่ได้ก็เสียใจ ทั้งที่คนที่ต้องใช้หนี้สินที่รัฐบาลกู้มาก็คือคนไทยทุกคน แล้วทำไมเวลาแจกจึงไม่แจกให้ทุกคน เพราะเงินจำนวน 4,000 บาท สามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้บ้าง”



