ประหนึ่งฉากชีวิตในวรรณคดีอันวิจิตร เมื่อตัวละครเอกนามว่า “ศรีตราด” หญิงสาวผู้เปี่ยมด้วยเสน่ห์ปลายจวัก และอดีตความงามระดับนางงาม ได้เยื้องย่างจากอ้อมกอดของผืนทะเล และแมกไม้แห่งภาคตะวันออก เข้าสู่จังหวะชีวิตอันเร่งรีบของมหานครกรุงเทพฯ

วิถีแห่งความทรงจำและรสชาติอันเป็นรากเหง้านี้ ได้ถูกถักทอเรียงร้อยขึ้นใหม่อีกครั้งโดย 2 หัวเรือใหญ่ “แอ็ค-วงศ์วิชญ์ ศรีภิญโญ” และ “ตั้ม-นนทวรรณ จิตวัฒนากร” แห่งศรีตราดกรุ๊ป ที่ตกลงใจก้าวข้ามความท้าทายครั้งสำคัญ สยบเสียงเรียกร้องของเหล่านักชิมผู้จงรักภักดี ประกาศเปิดประตูบ้านหลังที่ 2 ในจักรวาลศรีตราด (Sri Trat Universe) ภายใต้ชื่ออันแสนอบอุ่นว่า “ศรีตราด ที่ห้องของศรี” ณ ชั้น G โซนกูร์เมต์ การ์เด้น สยามพารากอน
ยลสถาปัตย์แฝงสตอรี่ ร้านตัดเย็บเสื้อผ้าในเมืองใหญ่ ที่ซ่อนครัวลับในวันวาน
“ให้เรียกแขก คือคนที่มาเยี่ยมบ้าน ห้ามเรียกลูกค้า เพราะลูกค้าแค่เอาเงินมาให้ แต่แขกคือผู้มาเยือนด้วยใจ” – นโยบายอันเปี่ยมด้วยอัธยาศัยไมตรีของคุณแอ็ค ที่ตั้งใจต้อนรับทุกคนเสมือนมาทานข้าวที่บ้านเพื่อนสนิท




หากจะเปรียบร้านอาหารแห่งนี้ ก็คงเสมือนหน้าหนังสือบทที่ 2 ของชีวิต “ศรีตราดในวัย 27 ปี” หญิงสาวผู้กำลังค้นหาตัวตน และเติบโตในเมืองใหญ่ บรรยากาศของร้านจึงจำลองแนวคิดของ “ร้านตัดเย็บเสื้อผ้า” ยุควินเทจ ที่ซ่อนห้องครัวเล็กๆ ไว้เบื้องหลัง การก้าวเท้าเข้ามาที่นี่ จึงประหนึ่งการเดินทางย้อนเวลากลับสู่บ้านไทย-จีนโบราณ ผสมผสานกลิ่นอายสถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีสอันเปี่ยมเสน่ห์ ผ่านวัสดุที่มีพื้นผิวร่องรอยแห่งกาลเวลา
ตระการตาด้วยรายละเอียดละเมียดละไม มีมุมเชฟส์เทเบิล (Chef’s Table) บนชั้นลอย ที่รายล้อมด้วยของสะสมส่วนตัวของคุณแม่ คลอเคล้าด้วยบาร์ค็อกเทลซิกเนเจอร์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากท่วงทำนองดนตรียุค 1970s–1980s ชวนให้แขกผู้มาเยือนรู้สึกผ่อนคลาย และอบอุ่นใจเป็นที่สุด
จาก “เพื่อนใหม่” สู่ “เพื่อนเก่าที่รู้ใจ”
คุณแอ็คเปิดเผยด้วยรอยยิ้มถึงที่มาของการปรับโฉมร้าน จากเดิมชื่อ “ห้องของศรี” มาสู่ “ศรีตราด ที่ห้องของศรี” ว่าในคราแรกที่เปิดตัว แขกผู้คุ้นเคยต่างถวิลหาความทรงจำดั้งเดิม บางคนกล่าวว่าเมื่อเดินเข้าร้านศรีตราดจะมีเมนูในดวงใจอยู่แล้ว แต่พอเป็นชื่อใหม่ทำให้คิดไม่ออก จนกระทั่งวันหนึ่งที่นำรูปของคุณแม่มาตั้งเด่นเป็นสัญลักษณ์ แขกพากันจำได้ และเลี้ยวเข้าร้านเพิ่มเป็นเท่าทวีคูณ! ร้านจึงตระหนักว่า แขกต้องการ “เพื่อนเก่าที่สนิทใจ มิใช่เพื่อนใหม่ที่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ” จึงกลายเป็นการหลอมรวมเมนูอันเป็นที่สุดจากร้านเดิม และเมนูพิเศษเฉพาะสาขานี้เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกล่อม

ความพิเศษเหนือระดับของที่นี่คือ “ความซื่อสัตย์ต่อรสชาติและธรรมชาติ” ทางร้านปรุงซอสทุกชนิดขึ้นเอง ด้วยกรรมวิธีโฮมเมด (ยกเว้นซีอิ๊วขาว) โดยไม่ใช้น้ำมันหอย และไม่ใช้กะทิกล่องใดๆ ทั้งยังรับวัตถุดิบและอาหารทะเลสดๆ โดยตรงจากเรือประมงพื้นบ้าน และเกษตรกรในท้องถิ่นภาคตะวันออก เพื่อนำเสนอรสชาติที่ลึกซึ้ง จัดจ้าน มีมิติหวานนำกลมกล่อมตามตำรับตะวันออกแท้ๆ ที่หาทานได้ยากยิ่งในห้างสรรพสินค้าใจกลางกรุง
สรรพสำรับรสเลิศ… อร่อยเด็ดมิควรพลาด
ทุกจานปรุงแต่งขึ้นด้วยความพิถีพิถัน ดั่งบทกวีแห่งรสสัมผัสที่มีเครื่องเครา และสำรับคาวหวานให้เลือกสรรอย่างอลังการ
- ยำกุ้งเสียบ : เปิดรสสัมผัสแรกด้วยความกรอบหอมของกุ้งเสียบ เคล้าน้ำยำรสจัดจ้าน
- หมูสามชั้นซาเตี๊ยะชานอ้อย : เมนูประยุกต์อันแยบคายที่ดัดแปลงมาจากปลาทูซาเตี๊ยะ เคี่ยวเค้นหมูสามชั้นจนเนื้อนุ่มหนึบ แทรกซึมด้วยซอสน้ำตาลอ้อยรสหวานเค็มกลมกล่อม หอมกลิ่นกรุ่นชานอ้อยจางๆ
- ไก่ผัดเผ็ดกระวาน : จานเด่นที่ชูเอกลักษณ์สมุนไพรตะวันออก เนื้อไก่ผัดคลุกเคล้าหน่อกระวานสด ให้รสชาติเผ็ดร้อน ซ่าลิ้นเบาๆ และส่งกลิ่นหอมระรื่นชื่นใจ
- แกงป่าปลาสับใบยี่หร่า : รสจัดจ้านถึงใจสไตล์บ้านป่า เนื้อปลาสับละเอียดเคี่ยวในน้ำแกงที่อุดมด้วยสมุนไพรและพริกแกงต้มสด ร้อนแรงด้วยใบยี่หร่า ดับคาวได้ชะงัดนัก
- แกงหมูชะมวง : เมนูเอกอัครเสนาบดีแห่งตราด หมูสามชั้นชิ้นโตเคี่ยวจนนุ่มเปื่อยในน้ำแกงรสเปรี้ยวอมหวานจากใบชะมวงแท้ รสชาติเข้มข้นเข้าเนื้อเข้าน้ำ
- อบวุ้นเส้นกะปิปูดอง : ความฟิวชันที่น่าอัศจรรย์ วุ้นเส้นเหนียวนุ่มอบอวลด้วยความหอมนัวของกะปิเกรดพรีเมียม แทรกซึมรสชาติความหวานฉ่ำของปูดองชั้นเลิศ
- หลนปูไข่ : น้ำหลนสีขาวนวลเข้มข้น รสชาติกลมกล่อมสามรส เปรี้ยว เค็ม หวาน นำพากลิ่นหอมละมุนของสมุนไพรไทยทั้งหอมแดง พริกชี้ฟ้า และข่าอ่อน ไฮไลต์คือ “ปูไข่” จากเรือประมงพื้นบ้านที่สดจนเนื้อหวานเจี๊ยบ มาพร้อมไข่ปูสีส้มจัดอัดแน่นเคี้ยวหนึบมันวาว ทานคู่กับผักเคียงสดกรอบ เป็นรสชาติที่ซื่อสัตย์ อบอุ่น เสมือนรสมือแม่ขนานแท้
- ฉู่ฉี่ปลากะพง : ปลากะพงสดซิงเนื้อแน่น นำไปทอดจนผิวด้านนอกเหลืองกรอบเนื้อสัมผัสกรุบ ทว่าเนื้อในยังคงความชุ่มฉ่ำหวานละมุน ราดรดด้วยน้ำซอสฉู่ฉี่พริกแกงใต้ตำสูตรโฮมเมด เคี่ยวเค้นกับหัวกะทิจนแตกมันงดงาม รสชาติเผ็ดร้อน นำพากลิ่นหอมจากใบมะกรูดซอยและพริกชี้ฟ้าแดง ชวนให้เจริญอาหารยิ่งนักเมื่อคลุกเคล้ากับข้าวสวยร้อนๆ
- เนื้อย่างน้ำปลาหอม : เนื้อวัวส่วนที่ดีที่สุด คัดสรรนำมาหมักย่างบนเตาไฟอย่างพิถีพิถันจนได้ความสุกที่พอดี เนื้อสัมผัสนุ่มนวล ชุ่มฉ่ำ ไม่เหนียวเคี้ยวง่าย ทีเด็ดอยู่ที่ความหอมรัญจวนของ “หัวน้ำปลาชั้นเยี่ยม” จากตราด ที่ใช้ทาเคลือบผิวเนื้อย่าง ยามเนื้อโดนความร้อน น้ำปลาจะงวดและขับกลิ่นหอมเค็มปนหวานนวลคล้ายคาราเมลออกมาอย่างลึกล้ำ ทานเปล่าๆ ก็ซึมซาบถึงรากเหง้า หรือจะจิ้มกับพริกเกลือก็อร่อยตัดเลี่ยนได้อย่างอัศจรรย์ใจ (พริกเกลือ – น้ำจิ้มซีฟู้ดตำรับตราด สีเขียวสดใส รสชาติเปรี้ยวเค็มเผ็ดละมุนละไมชวนน้ำลายสอ)
- สำรับข้าวสวยผดุงรส : ทานคู่กับ “ข้าวหอมมะลิ” (บริการเติมฟรี) หรือ “ข้าวทับทิมชุมแพ” เมล็ดสวย และที่ห้ามพลาดคือ “ข้าวผัดดอกเกลือ” ข้าวหอมมะลิผัดกับน้ำมันมะพร้าวจนหอมฟุ้ง โรยด้วยดอกเกลือทะเลบางเบา ให้รสเค็มมันปะแล่ม ปลุกวิถีการกินข้าวหยอดน้ำปลาในอดีตให้หรูหราขึ้น โดยมิต้องพึ่งน้ำปลาอีกต่อไป










ล้างปากด้วยของหวานปิดท้ายมื้ออย่างเปี่ยมสุข
- ทุเรียนเชื่อมน้ำกะทิ : เนื้อทุเรียนหมอนทองคัดห่าม นำไปเชื่อมจนเข้าเนื้อ ราดด้วยน้ำกะทิสดคั้นมือ รสหวานมันเค็มตัดกันอย่างวิจิตร
- เค้กข้าวเหนียว ไอศกรีมดอกเกลือทะเล : ความโมเดิร์นที่ผสมความดั้งเดิมได้อย่างไร้ที่ติ เค้กข้าวเหนียวเนื้อหนึบเคี้ยวสนุก ทานคู่กับไอศกรีมรสหวานมันที่ตัดเลี่ยนด้วยความเค็มละมุนของดอกเกลือบริสุทธิ์
- วุ้นสำรองกะทิสด : ขนมดับร้อนเนื้อนุ่มเด้งจากลูกสำรอง สมุนไพรท้องถิ่น ลอยแก้วมาในน้ำกะทิสดหอมชื่นใจ




“ตอนอายุยี่สิบเจ็ด… ฉันยังหาทางของตัวเองไม่เจอ แต่ทุกครั้งที่ได้อยู่ในครัว ฉันเหมือนได้กลับบ้าน… เข้ามาในห้องของฉัน แล้วให้ที่นี่…เป็นห้องของคุณด้วย” – ศรีตราด
คำเชิญชวนอันอ่อนหวานจากหัวใจของ “ศรีตราด ที่ห้องของศรี” เป็นสิ่งยืนยันว่า นี่มิใช่เพียงการมารับประทานอาหารไทยทั่วไป หากแต่คือการเดินทางมาร่วมแบ่งปันความทรงจำ รสชาติอันซื่อสัตย์ และความอบอุ่นแห่งภาคตะวันออกในบรรยากาศรื่นรมย์

มาเปิดกล่องความทรงจำ ร่วมโต๊ะเสพสุนทรียรสอันลึกล้ำ และปล่อยให้ห้องของศรี… กลายเป็นห้องแห่งความสุขของคุณเช่นกัน ที่ชั้น G โซนกูร์เมต์ การ์เด้น (Gourmet Garden) สยามพารากอน เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น.
ติดต่อ Instagram: @srisroom หรือ Facebook: SiamParagon


