ข้อมูลจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ACSC) ระบุว่า ในปี 2568 คนไทยสูญเสียเงินจากภัยมิจฉาชีพมากกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 มีมูลค่าความเสียหายแล้วกว่า 6 พันล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวชี้ว่ากลโกงของมิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบอยู่ตลอด ทั้งซับซ้อนขึ้นและเข้าถึงประชาชนได้ง่ายขึ้น จนกลายเป็นปัญหาระดับประเทศที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน

ด้วยสถานการณ์ดังกล่าว ธนาคารกสิกรไทย จึงร่วมกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ACSC) ไทยรัฐ กรุ๊ป และ ไลน์ ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ ‘สติไฟต์เตอร์: รู้ทัน ป้องกันโกง’ เพื่อยกระดับความร่วมมือในการป้องกันภัยมิจฉาชีพออนไลน์ และสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนสามารถป้องกันตัวเองได้มากขึ้น

‘ดร.พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์’ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่าปัญหามิจฉาชีพในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อทั้งความปลอดภัยในชีวิต ความเชื่อมั่นของประชาชน และระบบเศรษฐกิจ ธนาคารจึงมองว่าการรับมือกับปัญหานี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งภาคการเงิน ภาครัฐ สื่อ และแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อยกระดับการป้องกันจากระดับองค์กรไปสู่ระดับประเทศ และช่วยให้ประชาชนป้องกันตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่ผ่านมา ธนาคารกสิกรไทยได้พัฒนาระบบความปลอดภัยบนโมบาย แบงกิ้ง อย่างต่อเนื่อง ทั้งการกำหนดวงเงินทำธุรกรรมตามระดับความเสี่ยงของลูกค้า การยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าในธุรกรรมสำคัญ รวมถึงระบบตรวจจับบัญชีหรือปลายทางที่น่าสงสัย หากพบความผิดปกติ ธนาคารจะรีบแจ้งเตือนหรือติดต่อกลับลูกค้าทันที พร้อมเปิดสายด่วนรับแจ้งเหตุทุจริตตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังเดินหน้าให้ความรู้เรื่องภัยทุจริตผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เครื่องเอทีเอ็ม และสาขา เพื่อให้ประชาชนเข้าใจรูปแบบกลโกงที่กำลังเกิดขึ้นจากเคสจริง และสามารถนำไปใช้ป้องกันตัวเองได้ในชีวิตประจำวัน

ด้าน ‘พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล’ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และหัวหน้าส่วนอำนวยการ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ศปอส.ตร. กล่าวว่า ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์อย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากการจับกุมและการสืบสวน ทำให้หน่วยงานมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแผนประทุษกรรมและรูปแบบกลลวงจำนวนมาก ซึ่งหากประชาชนเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการตกเป็นเหยื่อได้มากขึ้น

ขณะที่ ‘จิตสุภา วัชรพล’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ไทยรัฐทีวีและไทยรัฐออนไลน์ กล่าวว่า ไทยรัฐจะใช้ความเชี่ยวชาญด้านคอนเทนต์นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับภัยมิจฉาชีพที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย ผ่านทุกแพลตฟอร์มของไทยรัฐ กรุ๊ป พร้อมช่วยกระจายข้อมูลเตือนภัยและช่องทางขอความช่วยเหลือฉุกเฉินให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงขยายความรู้ผ่านเครือข่ายโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 110 แห่ง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันด้านดิจิทัลให้กับเยาวชนและชุมชน

‘ณิชารัศมิ์ อาชญาสิทธิวัตร’ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด ไลน์ ประเทศไทย กล่าวว่า ไลน์พร้อมเป็นอีกช่องทางสำคัญในการเผยแพร่ข้อมูลเตือนภัยและความรู้ที่ถูกต้องให้เข้าถึงประชาชนได้รวดเร็วขึ้น ผ่านสื่อและบริการต่าง ๆ บนแพลตฟอร์ม ทั้งการแจ้งเตือนรูปแบบกลโกงใหม่ วิธีสังเกตความผิดปกติ และแนวทางการรายงานปัญหาผ่านช่องทางที่เหมาะสม พร้อมฝากถึงผู้ใช้งานว่า หากพบข้อความ ลิงก์ หรือบัญชีที่น่าสงสัย ควรหยุดตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ไม่รีบกด ไม่รีบเชื่อ และไม่รีบตอบโต้

ทั้ง 4 องค์กรระบุว่า หลังเปิดตัวแคมเปญ ‘สติไฟต์เตอร์: รู้ทัน ป้องกันโกง’ จะมีการประชุมติดตามผลร่วมกันทุกเดือน เพื่อติดตามสถานการณ์กลโกงรูปแบบใหม่ ประเมินผลการทำงาน และปรับแผนการสื่อสารให้ทันต่อพฤติกรรมมิจฉาชีพที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อให้การป้องกันมีประสิทธิภาพและเข้าถึงประชาชนได้จริง