ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณประตูระบายน้ำสามพร้าว ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยมีนายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี นายนรเศรษฐ์ ฤกษ์สงเคราะห์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอุดรธานี ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนที่ได้รับผลกระทบให้การต้อนรับ
สำหรับประตูระบายน้ำบ้านสามพร้าว เป็นโครงสร้างสำคัญในการบริหารจัดการน้ำของ สำนักงานชลประทานที่ 5 และองค์การบริหารส่วนตำบลสามพร้าว ทำหน้าที่รองรับการระบายน้ำจากลำห้วยหลวง ซึ่งเป็นอุปสรรคในการระบายน้ำช่วงฤดูน้ำหลาก นับเป็นจุดเฝ้าระวังสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยมีสถานีตรวจวัดระดับน้ำและปริมาณการไหลติดตั้งเพื่อประเมินสถานการณ์แบบเรียลไทม์ ในช่วงวิกฤตฝนตกหนัก หน่วยงานชลประทานจะมีการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติมบริเวณนี้ เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายน้ำให้เร็วที่สุด ลดปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ ทั้งนี้ ยังมีความจำเป็นต้องใช้อาคารควบคุมที่สามารถจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อบรรเทาและป้องกันปัญหาอุทกภัยในระยะยาว

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นการติดตามความพร้อมของระบบเครือข่ายระบายน้ำลุ่มน้ำห้วยหลวง ซึ่งประตูระบายน้ำ (ปดส.) บ้านสามพร้าว ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มีศักยภาพรองรับปริมาณน้ำได้ถึง 1.88 ล้านลูกบาศก์เมตร และครอบคลุมพื้นที่รับประโยชน์กว่า 2,000 ไร่ ในการช่วยบริหารจัดการและชะลอน้ำร่วมกับทางน้ำสายหลัก คลองผันน้ำ และอ่างเก็บน้ำสำคัญในพื้นที่ (อาทิ อ่างฯ ห้วยหลวง, อ่างฯ หนองสำโรง และอ่างฯ บ้านจั่น) ก่อนจะระบายออกสู่ลำน้ำโขงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ยังได้เร่งรัดและติดตาม “แนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเร่งด่วน พนังกั้นน้ำลำน้ำห้วยหลวง” จำนวนรวมทั้งสิ้น 60 จุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการกัดเซาะและตลิ่งพังทลาย โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ส่วนหลัก ประกอบด้วย งานพนังกั้นน้ำห้วยหลวงป้องกันการกัดเซาะ (รวม 47 งาน) ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว 8 จุด อยู่ระหว่างดำเนินการ 20 จุด อยู่ในแผนดำเนินการอีก 19 จุด ,งานซ่อมแซมเสริมพูนดินพนัง (รวม 13 งาน) ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว 5 จุด อยู่ระหว่างดำเนินการ 8 จุดรวมถึงแผนงานระยะยาวในการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพ ปดส.ห้วยด่าน และ ปดส.ทุ่งแร่ (แผนงานปี 2570-2571) เพื่อขยายความจุรองรับน้ำเป็น 0.677 ล้านลูกบาศก์เมตร
นายสุริยะ กล่าวา การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่อุดรธานีและลุ่มน้ำห้วยหลวงต้องทำเชิงรุกและแข่งกับเวลา งานซ่อมแซมและสร้างพนังกั้นน้ำทั้ง 60 จุด จะต้องเร่งรัดให้เป็นไปตามแผนเพื่อป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจและพื้นที่การเกษตรไม่ให้ได้รับความเสียหาย พร้อมสั่งการให้กรมชลประทานเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำผ่านระบบชลประทานอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่…



