เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ห้องประชุมพยับหมอก ชั้น 3 อาคารเฉลิมพระเกียรติกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ 70 พรรษา มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ อำเภอเมือง จ.กาฬสินธุ์ รศ.ดร.สุพรรณ สุดสนธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ และ ดร.สิทธิพงษ์ โทไข่ษร นายกสมาคมหมอลำ จ.กาฬสินธุ์ ร่วมกันลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนด้านศิลปะการแสดงและวัฒนธรรมสร้างสรรค์ โดยนำองค์ความรู้และประสบการณ์จากสมาคมฯ มาบูรณาการกับกระบวนการเรียนรู้ของนักศึกษา โดยมีนายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ นางนภสร พระยาลอ วัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์มัลลิกา นาจันทอง คณบดีคณะศิลปศาสตร์ นายพรชัย ถิตย์เจริญ อุปนายกสมาคมหมอลำ จ.กาฬสินธุ์ ดร.กิตติศักดิ์ สินธุโคตร ผอ.วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมกิจกรรมและเป็นสักขีพยาน

รศ.ดร.สุพรรณ สุดสนธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ได้จัดทำหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา ได้แก่ หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาศิลปะการแสดงและวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2569) และหลักสูตรศิลปศาสตร ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาศิลปะการแสดงและวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2569) เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีความเชี่ยวชาญด้านศิลปะการแสดง วัฒนธรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สอดรับกับความต้องการกำลังคนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและระดับประเทศอย่างยั่งยืน ขณะที่สมาคมหมอลำ จ.กาฬสินธุ์ เป็นองค์กรที่รวบรวมศิลปิน ปราชญ์ชาวบ้าน และผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการแสดงพื้นบ้านอีสาน มีองค์ความรู้ ประสบการณ์ และเครือข่ายที่เข้มแข็งในวงการหมอลำ สามารถเป็นพันธมิตรทางวิชาการที่สำคัญในการสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการแก่ชุมชน
ทั้งนี้ความร่วมมือดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบาย “วัฒนธรรมนำเศรษฐกิจ” และการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ผ่านกลไกที่มุ่งยกระดับงานวัฒนธรรมสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน เชื่อมโยงองค์ความรู้ระดับอุดมศึกษากับภูมิปัญญาวัฒนธรรมท้องถิ่นอีสาน นำไปสู่การผลิตบัณฑิตที่มีสมรรถนะในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม

รศ.ดร.สุพรรณ กล่าวต่อว่า สำหรับการลงนามครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนด้านศิลปะการแสดงและวัฒนธรรมสร้างสรรค์ โดยนำองค์ความรู้และประสบการณ์จากสมาคมฯ มาบูรณาการกับกระบวนการเรียนรู้ของนักศึกษา และส่งเสริมการวิจัย พัฒนานวัตกรรม และสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้านศิลปะการแสดงและวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญในวงการ

นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมกิจกรรมบริการวิชาการแก่ชุมชนและสังคม ด้วยการนำความรู้ทางวิชาการผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่นไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาชุมชนและยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ บุคลากร และทรัพยากรระหว่างสองฝ่าย อันจะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายทางวิชาการและวิชาชีพด้านศิลปะการแสดงและวัฒนธรรมสร้างสรรค์ รวมทั้งเพื่อร่วมอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดมรดกวัฒนธรรมท้องถิ่นอีสาน โดยเฉพาะศิลปะการแสดงหมอลำ ให้ดำรงคุณค่าและสามารถสร้างประโยชน์แก่สังคมได้อย่างยั่งยืนด้วย



