เมื่อวันที่ 27 พ.ค. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กำชับให้ดำเนินการตามมาตรการคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา 2 ประเทศคือ ดีอาร์คองโก-ยูกันดา ทุกรายอย่างเคร่งครัดทันที พร้อมร่วมหารือข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558, พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522  ซึ่งมาตรการกักกัน (Quarantine) กรณีไม่มีอาการ และมาตรการแยกกัก (Isolation) สำหรับผู้มีอาการมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. 69 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป

ด้าน นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ตามที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2569 มีมติยกระดับการควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์ Bundibugyo โดยกำหนดให้ผู้ที่เดินทางมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) และสาธารณรัฐยูกันดา เข้ามายังประเทศไทย ต้องกักตัวทุกคนเป็นเวลา 21 วัน โดยกรณีไม่มีอาการ ให้กักกัน (Quarantine) ณ สถานที่ที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อกำหนด ส่วนกรณีมีอาการ ให้แยกกัก (Isolation) ณ สถานพยาบาลของรัฐที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อกำหนด และประสานสายการบินมาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิเพียงแห่งเดียว เริ่มตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป โดยกรมควบคุมโรคจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินมาตรการที่เหมาะสมเป็นระยะ

หากผู้เดินทางฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ตาม พ.ร.บ.บัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 กรณีสั่งให้แยกกักหรือกักกัน ตามมาตรา 34 (1) มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท กรณีฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ที่สั่งห้ามไม่ให้ออกจากสถานที่แยกกักหรือกักกัน ตามมาตรา 34 (7) มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้เดินทางทุกคน ให้ข้อมูลประวัติการเดินทางตามความเป็นจริง เพื่อป้องกันและควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพ และขอให้ประชาชนมั่นใจในระบบการเฝ้าระวังของประเทศไทย ที่มีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร เวชภัณฑ์ และห้องปฏิบัติการระดับสูง หากมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ขณะที่ นพ.เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงสถานการณ์ในประเทศไทย ว่า จากการประชุมติดตามสถานการณ์อีโบลา เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ได้ข้อมูลผู้เดินทางจาก 2 ประเทศ ที่มีการแพร่ระบาดของอีโบลา เข้ามาประเทศไทยรวม 53 ราย โดยมาจาก ดีอาร์คองโก 12 ราย ยูกันดา 41 ราย เมื่อจำแนกเป็นสัญชาติใน 53 รายนี้ มีทั้งจีน อเมริกา เวียดนาม ซาอุดีอาระเบีย เกาหลี เป็นต้น ส่วนใหญ่มาประเทศไทยเพื่อมาเที่ยวและรอเดินทางต่อไปยังประเทศอื่น ขณะนี้ทั้งหมดไม่มีอาการใดๆ และยังอยู่ในมาตรการกักกันป้องกันโรค สำหรับตัวเลขที่ระบุว่าเดินทางเข้ามา 100 คน คือ ยอดที่ได้รับแจ้งว่ามีผู้ทำเรื่องออกนอกประเทศ 2 ประเทศต้นทาง แต่เข้าไทยแค่ 53 ส่วนที่เหลือเป็นการเดินทางต่อไปยังประเทศอื่น.