เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 69 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณาญัตติด่วนเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาการดำเนินงานโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ซึ่งมี สส. เสนอรวม 5 ญัตติต่อเนื่อง เป็นวันที่สอง โดยได้ให้ผู้เสนอญัตติอภิปรายสรุป
โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายสรุปญัตติ ตอนหนึ่งว่า โครงการแลนด์บริดจ์ถือเป็นมายาคติที่คิดว่าจะได้แต่กลับไม่ได้อะไร ประชาชนในพื้นที่แทบไม่ได้ประโยชน์อะไร เพราะพื้นที่ถูกใช้เป็นทางผ่านของการขนส่งสินค้า จะมีคนได้ประโยชน์ ผู้รับเหมาและผู้ที่กว้านซื้อที่ดินเก็งกำไร หากจะพัฒนาความเป็นอยู่ของคนทุกจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้สามารถพัฒนาในรูปแบบอื่น เช่น พัฒนาท่าเรือ สร้างระบบที่เป็นเครือข่ายโลจิสติกส์ เซาท์เทิร์น คอนเน็ค ซึ่งใช้งบประมาณน้อยกว่า หากดึงดันทำโครงการ ไม่มีคนใช้ สิ่งที่ถูกทิ้งค้างเหมือนเป็นอนุสาวรีย์ของการตัดสินใจที่ผิดพลาด
การทำโครงการดังกล่าวบนความไม่คุ้มค่ามีสิ่งที่น่ากลัว คือ ปัญหาความมั่นคง หากดันให้เป็นจุดยุทธศาสตร์ สถานการณ์ปัจจุบันล่อแหลมกว่ามาก เพราะมีประเทศมหาอำนาจ คือ สหรัฐอเมริกาและจีน มีความขัดแย้ง และพื้นที่ที่เป็นจุดสุ่มเสี่ยงขัดแย้ง คือ ทะเลจีนใต้ หากโครงการแลนด์บริดจ์เดินหน้า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในทะเลจีนใต้ได้ เชื่อได้ว่า 2 มหาอำนาจต้องมายึดพื้นที่ดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มีข่าวต่างประเทศระบุว่า สหรัฐและจีน ขัดแย้งเรื่องคลองปานามา เพราะบริษัทจีนควบคุมเส้นทางเดินเรือได้ จนมีความขัดแย้งและกดดันปานามาในที่สุด
“ผมมองว่าควรตั้งหลักใหม่เพื่อสร้างโอกาสให้ชาวใต้ การปฏิเสธตั้ง กมธ. เท่ากับตอกย้ำความพิรุธ ความไม่ชอบมาพากล ความพยายามรวบรัด โดยให้ฝ่ายบริหารเพียงฝ่ายเดียว อ้างการศึกษาเดียวดันเรื่องนี้ จะให้คนเข้าใจได้อย่างไรว่าไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง เอื้อให้คนที่เกี่ยวข้องและคนที่เตรียมการแสวงหาประโยชน์ ทั้งที่เป็นการแสวงประโยชน์บนการทำลายทุนและทรัพยากร รวมถึงโอกาสของคนใต้ และสุ่มเสี่ยงทำให้ประเทศไทยตกอยู่ภายใต้ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ อยากให้ผู้แทนประชาชนทุกคนมีโอกาสศึกษาและติดตาม ตั้ง กมธ.วิสามัญ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายปิดญัตติตอนหนึ่งว่า โครงการแลนด์บริดจ์ไม่ตอบโจทย์การพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ และตนขอเสนอให้ใช้การพัฒนาพื้นที่ผ่านระเบียงเศรษฐกิจชีวภาพภาคใต้ เป็นฐานและกรอบการพัฒนา ทั้งยกระดับเกษตรกรให้มีความมั่นคง และลงทุนพร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานที่รับใช้ชีวิต เช่น น้ำประปาดื่มได้ การศึกษาที่มีคุณภาพ ระบบการรักษาที่ดี เมื่อลองทำตัวเลขเบื้องต้น ลงทุน 5 แสนล้านบาท สร้างการเติบโต จีดีพี 4% ต่อปี ลดภาระหนี้สิน 30% ยกระดับรายได้ ดังนั้นขอสภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้ง กมธ.วิสามัญ ศึกษาเนื้อหาดังกล่าวด้วย
จากนั้น เวลา 11.37 น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงมติส่งให้ ครม. ด้วยคะแนน 266 ต่อ 174 งดออกเสียง 3 ไม่ลงคะแนน 1



