จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวสารระบุว่า เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2569 นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ พร้อมด้วยคณะ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเปิดเผยบทสนทนาทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ โดยมีการกล่าวอ้างว่าเป็นบทสนทนาของอธิบดีกรมการปกครองนั้น ที่ระบุ “ช่วยน้ำเงินด้วย” (ซึ่งมีการโยงว่า เกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้ง และถูกนำมาแฉ เพราะมีความขัดแย้งเรื่องโยกย้ายข้าราชการในภูเก็ต)
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 69 กรมการปกครอง ได้ออกเอกสารข่าวชี้แจงโดยระบุว่า นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ระบุว่า ขอยืนยันว่า มิได้เป็นบทสนทนาของตนเองแต่อย่างใด
กรมการปกครอง ขอยืนยันว่า การปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายปกครองทุกระดับ ในห้วงการเลือกตั้งที่ผ่านมา ยึดมั่น “ความเป็นกลางทางการเมือง” และ “ระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง” ตามหน้าที่และอำนาจอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ได้มีการประชุมซักซ้อมข้อราชการสำคัญประจำเดือน และมีหนังสือสั่งการที่ชัดเจนในการปฏิบัติตัว และการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ
กรณีข้อความบทสนทนาที่กล่าวอ้างนั้น ยังปรากฏข้อความหลายอย่างที่ต้องพิสูจน์ทราบและมีการบิดเบือนจากข้อเท็จจริง เช่น รายชื่อบุคคลที่อยู่ในบทสนทนาที่กล่าวอ้างว่าเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ระยะเวลาที่ปรากฏในบทสนทนา เป็นต้น
เจตนาแอบแฝงในการเปิดเผยเรื่องดังกล่าวในห้วงเวลาปัจจุบัน ทั้งที่ผ่านพ้นห้วงระยะเวลาการเลือกตั้งมาช้านานแล้ว ประกอบกับ กรมการปกครอง อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้าราชการบางกลุ่ม ที่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตและการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ การเรียกรับผลประโยชน์ในพื้นที่ โดยการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวมีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน และเป็นไปตามขั้นตอนตามระเบียบกฎหมาย และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
นายนฤชา ขอยืนยันถึงแนวทางในการปฏิบัติราชการ ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต การยึดประโยชน์ของราชการเป็นสำคัญ เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชน และมุ่งมั่นในการดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างเคร่งครัดและเด็ดขาด ต่อไป
กรณีที่มีการนำประเด็นดังกล่าวไปบิดเบือนและคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียง และความเสียหายต่อทางราชการ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ขอใช้สิทธิทางกฎหมายในการปกป้องชื่อเสียง เกียรติภูมิ และประโยชน์ของทางราชการ



