สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 30 พ.ค. อ้างอิงข้อมูลจากบลูมเบิร์ก ว่าราคาข้าวขาวของไทย ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานของเอเชีย ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 20% เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา นับเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนสูงที่สุดนับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลในปี 2551 ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าข้าวในตลาดชิคาโกเพิ่มขึ้น 15% ในเดือนเดียวกัน
นักวิเคราะห์จากบีเอ็มไอ ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัด ฟิตช์ โซลูชันส์ คาดการณ์ว่า ราคาข้าวจะยังมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อไป โดยเฉพาะเมื่อปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังก่อตัว อาจทำให้หลายพื้นที่ในเอเชียเผชิญอากาศร้อนและแห้งแล้งมากขึ้น
Asian rice prices posted their biggest monthly jump in nearly two decades in May, and could rally further as weather risks and war-driven surges in energy and fertilizer costs threaten production https://t.co/ilR1V7TTUX
— Bloomberg (@business) May 29, 2026
ขณะเดียวกัน การขนส่งเชื้อเพลิงและปุ๋ยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้นทุนการเพาะปลูกเพิ่มสูงขึ้น เกษตรกรในหลายประเทศต้องชะลอหรือยกเลิกการปลูกข้าวบางส่วน
ด้านรายงานจากสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ (ไออาร์อาร์ไอ) ระบุว่า ราคาปุ๋ยไนโตรเจนในไทย กัมพูชา และฟิลิปปินส์ เพิ่มขึ้นราว 40-50% ตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านเปิดฉาก เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา หากสถานการณ์การค้าปุ๋ยไม่กลับสู่ภาวะปกติ อาจเกิดภาวะขาดแคลนในอนาคตอันใกล้
นอกจากนี้ หากผลผลิตข้าวในเอเชียลดลง จะส่งผลกระทบต่ออุปทานโลก เนื่องจากเอเชียเป็นทั้งผู้บริโภคและผู้ส่งออกข้าวรายสำคัญของโลก แม้ปัจจุบันอินเดียยังมีสต๊อกข้าวจำนวนมาก ซึ่งอาจช่วยจำกัดการปรับขึ้นของราคาในตลาดโลกได้บางส่วนก็ตาม.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



