เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 69 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปรายหนึ่งได้ตั้งกระทู้สอบถามความคิดเห็นจากชาวเน็ตในหัวข้อ “เราคิดมากไปไหม ซื้อส้มตำไปหาแฟน สุดท้ายเหมือนเลี้ยงทั้งบ้าน” หลังเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกน้อยใจเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวของครอบครัวแฟน
เจ้าของกระทู้เล่าว่า บ้านของตนและแฟนอยู่ห่างกันประมาณ 10 กิโลเมตร วันหนึ่งเกิดอยากรับประทานส้มตำและคิดถึงแฟน จึงชวนแฟนกินด้วยกัน พร้อมอาสาเป็นคนซื้ออาหารไปให้ โดยฝ่ายแฟนตอบตกลงและขอให้ซื้อเผื่อคุณแม่ด้วย ซึ่งเจ้าของกระทู้ก็ยินดี เพราะตั้งใจจะซื้อเผื่อสมาชิกในบ้านอยู่แล้ว
หลังจากซื้อส้มตำและอาหารไปถึงบ้านแฟน แฟนหนุ่มได้ช่วยจัดเตรียมจานและอุปกรณ์รับประทานอาหาร ขณะที่พ่อและแม่ของแฟนก็มานั่งร่วมวงรับประทานอาหารด้วย ซึ่งเจ้าของกระทู้ระบุว่าไม่ได้ติดใจเรื่องดังกล่าว เพราะตั้งใจซื้อมาเผื่อทุกคนอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม หลังรับประทานอาหารเสร็จ พ่อและแม่ของแฟนกลับลุกออกจากโต๊ะและเดินเข้าห้องไป โดยไม่มีการพูดคุยหรือกล่าวคำขอบคุณใด ๆ ทำให้เจ้าของกระทู้รู้สึกแปลกใจและน้อยใจเล็กน้อย เนื่องจากตนยังเป็นนักศึกษาที่ไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง อีกทั้งตลอดเวลาที่นั่งรับประทานอาหารร่วมกัน ผู้ใหญ่ในบ้านแทบไม่ได้สอบถามหรือพูดคุยกับตนเลย
เจ้าของกระทู้ย้ำว่า ไม่ได้คาดหวังเรื่องการคืนเงินค่าอาหาร เพราะเป็นฝ่ายเสนอซื้อไปเองตั้งแต่แรก และหากอีกฝ่ายจะช่วยออกค่าใช้จ่ายจริงก็คงไม่รับอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจคือเรื่องของความรู้สึกและมารยาททางสังคม โดยมองว่าอย่างน้อยคำว่า “ขอบคุณ” หรือการพูดคุยต้อนรับกันเล็กน้อย ก็น่าจะช่วยให้รู้สึกดีมากขึ้น
หลังเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย บางส่วนมองว่า การกล่าวคำขอบคุณถือเป็นมารยาทพื้นฐานที่ควรมี ไม่ว่าจะเป็นอาหารมื้อเล็กหรือใหญ่ ขณะที่อีกส่วนมองว่า บางครอบครัวอาจมีลักษณะนิสัยไม่ค่อยแสดงออกทางคำพูด จึงไม่ควรตีความว่าเป็นการไม่ให้เกียรติหรือไม่เห็นคุณค่าเสมอไป
ทั้งนี้ หลายคนแนะนำให้เจ้าของกระทู้สังเกตพฤติกรรมโดยรวมของครอบครัวแฟนในระยะยาว เพื่อทำความเข้าใจว่านี่เป็นวัฒนธรรมภายในบ้านที่ปฏิบัติกับทุกคนเหมือนกัน หรือเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเฉพาะกับตน ก่อนนำไปสู่การตัดสินใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในอนาคต.




