เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ที่สำนักงานเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ (ตึกกวี เหวียนระวี) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เป็นประธานเปิดการประชุมพระเลขานุการ ระดับเลขานุการเจ้าคณะภาค รองเจ้าคณะภาค เลขานุการเจ้าคณะจังหวัด ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนเหนือ พร้อมทั้งกล่าวสัมโมทนียกถา เปิดการประชุม ว่า ขอปรารภสารัตถธรรม ในการปฏิบัติหน้าที่พระเลขานุการโดยสังเขป ว่า การที่เจ้าคณะผู้ปกครอง ๆ ได้พิจารณาแต่งตั้งให้ท่านทั้งหลาย สนองงานในหน้าที่พระเลขานุการ ในระดับชั้นต่างๆ นั้น ผู้ได้รับแต่งตั้ง พึงปฏิบัติศาสนกิจด้วยอิทธิบาทธรรม และสังคหวัตถุธรรม สนองงานเจ้าคณะผู้ปกครอง สนองงานกิจการพระบวรพุทธศาสนา และเกื้อกูลต่อพุทธบริษัททั้งมวล ในฐานะเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ ขอถวายกำลังใจให้ทุกท่านมีความอดทน อดกลั้น พึงตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย กฎหมาย กฎ ระเบียบ คำสั่ง มติประกาศของทางคณะสงฆ์ และพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช

เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ กล่าวต่อไปว่า ท่านทั้งหลาย พึงสนองงานตามที่เจ้าคณะผู้ปกครองมอบหมายให้ปฏิบัติ ด้วยการสงเคราะห์ เกื้อกูล พัฒนา บูรณาการ และมีมุทิตาจิต ในการสนองงาน ตามบทบาทหน้าที่ให้บริบูรณ์ โดยเฉพาะงานเลขานุการที่ได้รับมอบหมาย หากมีข้อขัดข้อง ก็พึงแก้ไขให้เกิดความเรียบร้อย พร้อมทั้งพึงเพียรพยายาม พัฒนาศาสนกิจและพัฒนาตนอยู่เสมอ เพื่อเผยแผ่พระพุทธธรรม เกื้อกูลแก่พระภิกษุสามเณร งานเลขานุการ คืองานสนองงาน ผู้บังคับบัญชา หากมีความรู้ ความสามารถ ซื่อสัตย์ มีทักษะตั้งใจสนองงานด้วยความบริสุทธิ์ใจ ย่อมทำให้ผู้บังคับบัญชาเบาใจ ผลดีแห่งการปฏิบัติงานที่มีคุณภาพ ย่อมเกิดแก่ผู้บังคับบัญชา และคณะสงฆ์โดยส่วนรวม ตรงกันข้าม หากทำงานโดยอิงผลประโยชน์แอบแฝง หรือขาดความรู้ ความเข้าใจในงานที่ทำ ย่อมก่อความเสียหายแก่เจ้าคณะผู้ปกครองได้ไม่น้อย พระเลขานุการ จึงเป็นเสมือนตัวจักรสำคัญ ที่ประสานงาน สนองงาน ให้งานราบรื่นเรียบร้อย จึงจะได้รับผลอันไพบูลย์ในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะความเสียสละ มีน้ำใจในการสนองงานด้วยดี มีความถึงพร้อมด้วยวิชาและจรณะ

สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กล่าวอีกว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงประทานหลักธรรมในการทำงานร่วมกัน กล่าวคือสาราณียธรรม เน้นย้ำให้ เราทั้งหลาย มีจิตสามัคคี มีกายสามัคคี ผสมผสาน บูรณาการ ด้วยกำลังแห่งความเจริญ 4 ประการ คือ 1.ปัญญาพละ กำลังแห่งความรอบรู้ รอบคอบเรียนรู้และพิจารณาใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม ทันสถานการณ์ 2.วิริยพละ มีกำลังแห่งความเพียรที่ต่อเนื่อง 3.อนวัชชพละ พึงทำงานสุจริต ปราศจากโทษ ไม่ผิดพระวินัย ไม่ผิดกฎหมาย จารีต ประเพณี 4.สังคหพละ กำลังแห่งการเกื้อกูล สงเคราะห์ แบ่งปันมีเมตตาวจีกรรม มีมุทิตาจิตต่อกันในทำงาน ขอกำชับให้พระเลขานุการทุกรูป พึงมีสมณสังวรเสมอว่า เมื่อมีตำแหน่ง ก็มีหน้าที่ พึงปฏิบัติหน้าที่ ให้สมบูรณ์ ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย ซึ่งจักเป็นการสนองงานที่มีคุณภาพของคณะสงฆ์ไทย และของพระบวรพระพุทธศาสนา ให้ปรากฏเกริกไกรได้อย่างสมภาคภูมิ
“พระเลขานุการ ต้องมีความรู้สึกที่ไว รอบคอบ รู้จริง รู้เท่าทันสถานการณ์ในปัจจุบัน น้อมนำพระสังฆราโชบายมาปฏิบัติ เพื่อการคณะสงฆ์ที่บริสุทธิ์และทันสมัย” สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กล่าว



