พันตำรวจเอก สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เปิดเผยว่า สคส. ครบรอบ 4 ปี การบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ พีดีพีเอ อย่างเป็นทางการ ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ได้มุ่งยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ผ่านการผลักดันนโยบาย การออกแนวปฏิบัติ การสร้างกลไกกำกับดูแล และการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านพีดีพีเอ ให้สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

“ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา สคส. ได้ดำเนินภารกิจทั้งด้านการส่งเสริมองค์ความรู้ การให้คำปรึกษา การกำกับดูแล และการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิของประชาชนกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการใช้กฎหมายอย่างเหมาะสม เป็นธรรม และสอดคล้องกับบริบทเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่ง พีดีพีเอ ไม่ใช่เพียงกฎหมายสำหรับองค์กรหรือภาคธุรกิจเท่านั้น แต่คือสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคนในการควบคุมและปกป้องข้อมูลของตนเอง ในยุคที่ข้อมูลกลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตดิจิทัล การสร้างความเข้าใจเรื่องสิทธิข้อมูลส่วนบุคคลจึงเป็นเรื่องสำคัญของทั้งประเทศ”

พันตำรวจเอก สุรพงศ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม หลังช่วงเวลาโควิด-19 ระบาด เป็นช่วงเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลกลายเป็นทรัพยากรสำคัญของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ขณะที่ภัยคุกคามทางออนไลน์ การหลอกลวงผ่านเทคโนโลยี การซื้อขายข้อมูล การรั่วไหลของข้อมูล รวมถึงการใช้ เอไอ และ ดีปเฟค ได้กลายเป็นความท้าทายใหม่ที่ใกล้ตัวประชาชนมากขึ้น ส่งผลให้บทบาทของกฎหมาย พีดีพีเอ และ สคส. มีความสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยทางดิจิทัลของประเทศอย่างยิ่ง ซึ่ง สคส. ได้เปิดโอกาสให้ ประชาชนร่วมสะท้อนความคิดเห็นและมุมมองเกี่ยวกับสิทธิข้อมูลส่วนบุคคล และอนาคตของ พีดีพีเอ ไทย เพื่อร่วมสร้างความเชื่อมั่นจากทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนสังคมดิจิทัลไทยให้เติบโตอย่างปลอดภัย.