เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 มิ.ย. 69 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณาญัตติเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 400,000 ล้านบาท เสนอโดย 3 สส. จาก 3 พรรคการเมืองฝ่ายค้าน ได้แก่ พรรคกล้าธรรม พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณารวมไปในคราวเดียวกัน
โดยนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) อภิปรายว่า พ.ร.ก. ไม่อยู่ในระบบตรวจสอบ เพราะสภาตรวจสอบและสามารถเข้าสู่กระบวนการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้ เหตุผลของการออก พ.ร.ก. มีความชัดเจน คือ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วนที่ไม่สามารถรอได้ เพื่อรักษาเสถียรภาพ รักษาการจ้างงานและรักษาความเชื่อมั่นของประเทศ ทั้งนี้อาจเห็นต่างจาก สส.ฝ่ายค้าน แต่ในหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตย คือการแบ่งแยกอำนาจ เพื่อป้องกันการรวมศูนย์อำนาจและคุ้มครองประชาชน ฝ่ายบริหารมีอำนาจที่ตัดสินใจแก้ปัญหา
“รัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงิน คือการใช้อำนาจ ส่วนสภามีหน้าที่ตรวจสอบ ส่วนตั้ง กมธ.ติดตามการใช้เงินกู้ทุกบาททุกสตางค์คือการถ่วงดุล ดังนั้นการสนับสนุน พ.ร.ก. ไม่ใช่ปล่อยให้อำนาจไร้ขอบเขต แต่สนับสนุนระบบตรวจสอบ ทั้งนี้การกู้เงินก้อนใหญ่ต้องถูกตรวจสอบเพราะเป็นเงินของประชาชน ผมสนับสนุนการติดตามการใช้เงิน หากใช้เงินไม่คุ้มค่าต้องตรวจสอบ หากทุจริตไม่มีใครหลีกเลี่ยงการรับผิดชอบได้ ทั้งนี้การกู้เงินไม่ใช่การตีเช็คเปล่า สภาต้องช่วยกันตรวจสอบเข้มข้น พรรคฟากรัฐบาลสนับสนุนให้ตั้ง กมธ.” นายศุภชัย กล่าว.



