เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า เช้ามืดวันนี้ (5 มิถุนายน 2569) เวลาประมาณ 03.30 น. กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ได้บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี ประจำจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านแปลง ทำการจับกุมบุคคลต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จำนวน 10 ราย เป็นชาย 6 ราย หญิง 4 ราย บริเวณแนวชายแดนบ้านแหลม หมู่ 4 ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ขณะเจ้าหน้าที่จัดกำลังลาดตระเวนและเข้าที่ซุ่มเฝ้าตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ โดยไม่มีเอกสารอนุญาตให้เดินทางเข้ามาและอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยถูกต้องตามกฎหมาย
จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ถูกจับกุมให้การว่า เดินทางมาจากหลายพื้นที่ในประเทศกัมพูชา เนื่องจากในประเทศกัมพูชาประสบปัญหาทางเศรษฐกิจตกต่ำ ปัญหาการว่างขาดงาน ทให้ตกงานและขาดรายได้เลี้ยงดูครอบครัว จึงต้องการเดินทางเข้ามาหางานทำในประเทศไทย อาทิ กรุงเทพมหานคร ระยอง จันทบุรี งานค้าขายในตลาดสด และงานเกษตรกรรม โดยเสียค่าใช้จ่ายในการนำพาและหางานรายละประมาณ 6,000–7,500 บาท ทั้งนี้ ตรวจพบว่ามีผู้นำพา 1 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ถูกจับกุมทั้งหมด พร้อมจัดทำบันทึกการจับกุม และบันทึกการควบคุมตัวตามมาตรา 22 และ 23 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแปลง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
โฆษกกองทัพเรือย้ำว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่สะท้อนให้เห็นว่า พื้นที่ชายแดนในความรับผิดชอบของกองทัพเรือยังคงมีการควบคุมอย่างเข้มงวด และจุดผ่านแดนยังอยู่ภายใต้มาตรการปิดด่านตามนโยบายด้านความมั่นคงอย่างชัดเจน มิได้มีการเปิดด่านหรือผ่อนปรนให้มีการผ่านเข้า–ออกโดยเสรีแต่อย่างใด หากมีการเปิดด่านจริง กลุ่มบุคคลเหล่านี้ย่อมไม่จำเป็นต้องลักลอบเดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติในช่วงเวลากลางคืน
กองทัพเรือ โดยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด จะยังคงบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เฝ้าตรวจ ลาดตระเวน และสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมือง การนำพาแรงงานผิดกฎหมาย และอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า กองทัพเรือยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวด รอบคอบ และเป็นไปตามกฎหมาย



