เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค.-6 มิ.ย. 69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 5,355 คดี มูลค่าความเสียหาย 128,002,691 บาท ซึ่งรอบนี้คดีลดลงจากห้วงวันที่ 24-30 พ.ค. 69 จำนวน 219 คดี และพบว่ามูลค่าความเสียหายลดลง 9.86 ล้านบาท

ข้อมูลจากทีมวิเคราะห์พบว่าภาพรวมจำนวนคดีมีทิศทางปรับตัวลดลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี โดยในช่วง 2 สัปดาห์ล่าสุดสถานการณ์ยังคงรักษาแนวโน้มขาลงอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับมูลค่าความเสียหายที่ดิ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากที่เคยพุ่งสูงถึง 500 ล้านบาทต่อสัปดาห์ ปัจจุบันลดลงมาเหลือต่ำกว่า 150 ล้านบาทต่อสัปดาห์ และในสัปดาห์ล่าสุดนี้ลดลงมาอยู่ที่ 128 ล้านบาท

ทั้งนี้รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC ที่ประสานงานร่วมกันกับกลุ่มธนาคารต่างๆ จนมีผลการปฏิบัติการต่างๆ สามารถจับกุมล่าม “บอสจีน” และขบวนการเครือข่ายบัญชีม้า จำนวน 2 เคส ผู้ต้องหา 4 ราย แบ่งเป็นชาวไทย 1 ราย และชาวกัมพูชา 3 ราย ประกอบกับประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที ได้ทั้งหมด 8 เคส สามารถช่วยเหลือรวมทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมดจำนวน 21 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 855,900 บาท

พร้อมกันนี้ ศูนย์ ACSC ขอแจ้งเตือนประชาชนให้ระวังมิจฉาชีพชวน “ย้ายคุยนอกแอป” หลุมพรางยอดฮิต สู่ห้องแชตลับที่มีแต่หน้าม้า ปัจจุบันภัยบนโลกออนไลน์ทวีความรุนแรงและหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นหลอกซื้อขายสินค้าและบริการ, ทำงานออนไลน์, หลอกลงทุนอ้างผลตอบแทนสูง โดยมีพฤติกรรมเด่นคือ “การชักชวนให้ย้ายไปคุยต่อในแพลตฟอร์มอื่น” เช่น Line หรือ Telegram ซึ่งพบว่ามิจฉาชีพจะเริ่มทักทายหรือลงโฆษณาผ่านทางแพลตฟอร์มหลัก

เช่น Facebook, TikTok, Instagram หรือแอปพลิเคชันซื้อขายสินค้าและแอปหาคู่ จากนั้นจะใช้ข้ออ้างต่างๆ เพื่อดึงออกจากแพลตฟอร์มหลัก อ้างเหตุผลเพื่อความสะดวก ระบบแจ้งเตือนไว หรือส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญดูแล แต่แท้จริงแล้วเป็นอุบายเพื่อดึงเหยื่อเข้าสู่ “กลุ่มแชตที่มีแต่หน้าม้า” ซึ่งคนกลุ่มนี้จะใช้บัญชีอวตารมาคอยส่งรีวิวปลอม โชว์สลิปโอนเงิน และโพสต์ภาพกำไรปลอมๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือรุมกดดันจนเหยื่อหลงเชื่อและยอมโอนเงินในที่สุดอีกด้วย