เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานด่วนจาก นายบำรุงรัตน์ พลอยดำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ว่าพบกระทิงโทนเพศผู้ บาดเจ็บสาหัสปางตาย นอนซมหมดสภาพอยู่ในพื้นที่เตรียมผนวกเป็นอุทยานแห่งชาติกุยบุรี บริเวณแปลงหญ้าอาหารสัตว์ป่า K12 หมู่ที่ 7 บ้านรวมไทย ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก ช่วงค่ำวันที่ 6 มิ.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ กร.5 (ห้วยลึก) ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบกระทิงป่าเพศผู้ อายุราว 10-15 ปี สภาพร่างกายซูบผอมโซจนเหลือแต่กระดูก สิ้นฤทธิ์นอนอ่อนแรงไม่สามารถพยุงตัวลุกขึ้นยืนได้ ตรวจสอบตามร่างกายพบบาดแผลฉกรรจ์นับไม่ถ้วน ทั้งแผลสดแหวกเป็นทางบริเวณโหนกแก้มขวา แผลเก่าเหวอะหวะตรงสันคอ และรอยฉีกขาดตามลำตัวอีกหลายจุด คาดถูกพรรคพวกซัดกันเองตามสัญชาตญาณสัตว์ป่า

หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ร่วมกับ นายอนุรักษ์ สกุลพงษ์ นายสัตวแพทย์ พร้อมเจ้าหน้าที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย เร่งรักษาบาดแผล พ่นยาฆ่าเชื้อ ใส่ยากำจัดหนอนแมลง พร้อมให้ยาปฏิชีวนะ ยาลดอักเสบ เฝ้าระวังอาการตลอด 24 ชั่วโมง

แต่สุดท้ายปาฏิหาริย์ไม่มีจริง! โดยเวลา 10.30 น. วันที่ 7 มิ.ย. เจ้าหน้าที่แจ้งข่าวร้ายว่า กระทิงป่าสิ้นใจตายอย่างสงบแล้ว จึงระดมกำลังเข้าตรวจสอบซากอย่างละเอียด พร้อมนำเครื่องสแกนตรวจหาวัตถุระเบิดและโลหะสแกนทั่วเรือนร่าง เพื่อพิสูจน์ให้สิ้นสงสัยว่าถูกมนุษย์ใจบาปลอบยิงหรือไม่ ผลการตรวจสอบไม่พบชิ้นส่วนกระสุนหรือวัตถุแปลกปลอมใด ๆ ขณะที่ผลแล็บเลือดชี้ชัด ค่าตับและไตพุ่งกระฉูด ไม่พบโรคติดต่อ สรุปตายตามธรรมชาติจากพิษบาดแผลจากการต่อสู้ ทางคณะเจ้าหน้าที่เห็นพ้อง ซากกระทิงยังสมบูรณ์ดี และเป็นการตายตามกลไกธรรมชาติ จึงยึดตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติฯ ปล่อยซากทิ้งไว้ในจุดเกิดเหตุ เพื่อให้เป็นไปตามห่วงโซ่อาหาร รักษาสมดุลระบบนิเวศ.



