จากคดีสะเทือนขวัญกรณีการหายตัวไปของ “น้ององุ่น” เด็กหญิงวัยเยาว์ในพื้นที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี จนกระทั่งพบเป็นศพถูกทิ้งในป่าสวนยาง ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจโชว์ศักยภาพประสานมือบุกเบิกหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ กดดันจนผู้ต้องหาซึ่งเป็นเยาวชนคนใกล้ชิด 2 ราย ยอมจำนนต่อหลักฐาน เปิดปากสารภาพสิ้น

ลำดับเหตุการณ์และไทม์ไลน์กระชากหน้ากากคนร้าย

วันที่ 30-31 พฤษภาคม 2569 : ปฏิบัติการปูพรมค้นหาไร้วี่แวว

  • 30 พ.ค. 2569 (11.00 น.) : เริ่มเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อน้ององุ่นได้หายตัวไปอย่างปริศนา ช่วงบ่ายญาติและชาวบ้านได้ช่วยกันออกตามหาแต่ไม่พบ จึงรีบเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
  • 31 พ.ค. 2569 : เจ้าหน้าที่และชาวบ้านยังคงไม่ลดละความพยายาม ปูพรมค้นหาในพื้นที่อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน แต่ยังไร้วี่แววของเด็กหญิง

วันที่ 1 มิถุนายน 2569 : พบร่างไร้วิญญาณกลางป่าสวนยาง

  • ช่วงเช้า : ได้รับแจ้งข่าวสลด มีผู้พบศพหนูน้อยนอนเสียชีวิตอยู่ในป่าสวนยางพารา หมู่ 4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
  • กองพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ : เจ้าหน้าที่พร้อมกองพิสูจน์หลักฐาน (สพฐ.) เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุทันที ก่อนส่งศพไปยังสถาบันนิติเวชวิทยา เพื่อทำการชันสูตรพลิกศพหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง

วันที่ 2-5 มิถุนายน 2569 : บูรณาการกำลัง ฝ่าแรงกดดันเค้นสอบ 42 ปาก

เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนและผู้บังคับบัญชาให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ทำให้นักสืบต้องทำงานแข่งกับเวลาท่ามกลางความกดดันรอบด้าน

  • ระดมชุดสืบสวนระดับพระกาฬ : ตร.ภูธรภาค 7 ได้ส่งกำลังสนับสนุนร่วมบูรณาการทำงานเป็นแกนหลัก นำโดย สภ.สังขละบุรี, ชุดสืบสวนสอบสวนภาค 7, ตำรวจกองปราบปราม (กก.5) และ ตชด.
  • ปูพรมเก็บหลักฐาน : เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัย ชาวบ้าน และพระภิกษุสงฆ์ รวมกว่า 42 ราย มาสอบปากคำ พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ (DNA) และรอยนิ้วมือแฝงจากยานพาหนะ ทั้งรถยนต์และรถสามล้อในพื้นที่ทั้งหมด

คืนวันที่ 5 มิถุนายน 2569 : นิติวิทยาศาสตร์ชี้เป้า “คนใกล้ตัว”

  • จุดเปลี่ยนสำคัญ : กองพิสูจน์หลักฐานได้ส่งผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์กลับมายังชุดสืบสวน ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ชี้ชัดว่า ผู้ก่อเหตุไม่ใช่คนอื่นไกล แต่เป็น “คนใกล้ชิด” ของน้ององุ่น และที่สำคัญคือผู้ต้องสงสัยหลักเป็น “เยาวชน”
  • การสอบสวนตามกฎหมาย : เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปรับแผนการทำงานอย่างรัดกุม โดยนำทีม “สหวิชาชีพ” เข้าร่วมทำการสอบสวน ใช้จิตวิทยาและความละมุนละม่อม ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองเด็กและเยาวชนอย่างเคร่งครัด

วันที่ 6 มิถุนายน 2569 : 2 เยาวชน “นาย ป.-ด.ญ.กาน” ยอมจำนน

  • ช่วงเช้า : ภายหลังการกดดันด้วยพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่แน่นหนา ประกอบกับการสอบสวนโดยทีมสหวิชาชีพ ผู้ต้องหาเยาวชนทั้ง 2 ราย คือ นาย ป. และ เด็กหญิงกาน (น้าและพี่สาว) ได้ยอมจำนนต่อหลักฐานและรับสารภาพในที่สุด
  • คุมตัวชี้จุดเกิดเหตุ : เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยทีมสหวิชาชีพ ได้นำตัวผู้ต้องหาลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ และจุดที่นำศพน้ององุ่นไปทิ้งในป่าสวนยาง เพื่อประกอบสำนวนคดี โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการตามขั้นตอนกฎหมายทุกประการ

บทสรุปคดี : ชื่นชมศักยภาพตำรวจไทยและนิติวิทยาศาสตร์

คดีสะเทือนใจของ “น้ององุ่น” ในครั้งนี้ สำเร็จลงได้ด้วยความสามารถและปฏิภาณไหวพริบของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ชุดสืบสวนสอบสวนทุกฝ่าย รวมถึงความแม่นยำอันเป็นเลิศของ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์และกองพิสูจน์หลักฐาน ที่สามารถรวบรวมพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ จนสามารถกระชากหน้ากากคนร้าย ซึ่งเป็นคนในครอบครัวได้อย่างรวดเร็ว เฉียบคม และสมบูรณ์แบบ ท่ามกลางความโล่งใจของสังคมที่ความจริงปรากฏเด่นชัด