นายเดวิด ซาโพลสกี  ประธานฝ่ายกิจการระดับโลกและกฎหมาย  แอมะซอน( Amazon )   เปิดเผยว่า  แอมะซอน  วางแผนลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ)  อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย รวมมูลค่ากว่า 33,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  หรือประมาณ 1.12 ล้านล้านบาท ภายในปี 2582  โดยมี เป้าหมาย พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาทักษะบุคลากรในท้องถิ่น และสนับสนุนให้ธุรกิจทั่วภูมิภาคสามารถแข่งขันในระดับโลกได้

ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างการจ้างงานเทียบเท่าพนักงานเต็มเวลากว่า 56,300 ตำแหน่งต่อปี  ในห่วงโซ่อุปทานของศูนย์ข้อมูลในประเทศ และคาดว่าพิ่มมูลค่า จีดีพี รวมของทั้ง 4 ประเทศอีกกว่า 64,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.10 ล้านล้านบาท

“สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งมีสมาชิก 11 ประเทศ กำลังก้าวขึ้นเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 4 ของโลก โดยคาดว่ามูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลจะสูงถึง 560 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ ประมาณ 18.41 ล้านล้านบาท  ภายในปี  2573 ขณะเดียวกัน แอมะซอน ยืนยัน เดินหน้าสนับสนุนศักยภาพด้านดิจิทัลของภูมิภาค พร้อมขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน คลาว์ดและ เอไอ เพื่อช่วยให้ธุรกิจและองค์กรต่าง ๆ เติบโตและสร้างนวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่อง”

นายเดวิด กล่าวต่อว่า  ในปี 2568 ที่ผ่านมา เพียงปีเดียว แอมะซอน ได้ลงทุนมากกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  หรือประมาณ 9.86 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐานและค่าตอบแทนพนักงาน ในธุรกิจต่าง ๆ ของบริษัท ได้แก่   สโตร์ส  , แอมะซอน เว็บ เซอร์วิสเซส  , โกลบอล เซลลิง , ดีไวเซส  และ เอนเตอร์เทนเมนต์  ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังได้  ได้ฝึกอบรมทักษะด้านคลาวด์ให้แก่ผู้คนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กว่า 2.7 ล้านคน ตั้งแต่ปี  2560

รากฐานนี้กำลังสร้างผลกระทบที่เป็นรูปธรรม โดยองค์กรธุรกิจ สตาร์ทอัพ และหน่วยงานภาครัฐทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างเร่งขยายการใช้งาน เอไอ บน แอมะซอน เว็บ เซอร์วิสเซส   เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ตัวอย่างเช่น ในประเทศไทย บริษัทแสนสิริได้พัฒนา เอไอ แอสซิสแทนต์ บน แอมะซอน เว็บ เซอร์วิสเซส   ที่ช่วยตอบสนองผู้ซื้อบ้านได้เร็วขึ้น 30% พร้อมทั้งประมวลผลใบแจ้งหนี้ได้ถึง 50,000 ใบต่อเดือน ด้วยความแม่นยำ 90% และช่วยลดงานเอกสารด้วยมือลงครึ่งหนึ่ง