เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.69 นายศึกษิษฎ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ตนได้รประชุมคณะกรรมการปรับปรุงการดำเนินการโครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) รายบุคคลระดับอุดมศึกษาสำหรับการวางแผนและพัฒนากำลังคนของประเทศ ตามข้อสั่งการของ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่ได้สั่งการให้กระทรวง อว. ทบทวนแนวทางการดำเนินโครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) รายบุคคลระดับอุดมศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทการพัฒนากำลังคนของประเทศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเทคโนโลยี อุตสาหกรรมแห่งอนาคต และความต้องการกำลังคนทักษะสูงในตลาดแรงงาน
รองเลขาธิการนายกฯ กล่าวต่อว่า ในการประชุมคณะกรรมการฯ ดังกล่าว ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. และ ศ.ดร.สุรินทร์ คำฝอย ได้นำเสนอความเป็นมาและผลการดำเนินงานของโครงการ ซึ่งกระทรวง อว. ได้ศึกษาแนวทางมาตั้งแต่ปี 2566 โดยอ้างอิงรูปแบบการดำเนินงานจากโครงการ SkillsFuture Singapore ต่อมากระทรวง อว. ได้มีการเสนอนโยบายและได้รับการอนุมัติหลักการ ซึ่งมีการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำร่างขอบเขตของงานจ้าง (Terms of Reference: TOR) เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 จากนั้นได้มีการประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณาและปรับปรุงรายละเอียดร่าง TOR รวมทั้งสิ้น 7 ครั้ง ระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 12 มีนาคม 2569 เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และแนวทางการดำเนินโครงการ แต่อย่างไรก็ตาม จากการเปลี่ยนแปลงของบริบทโลกและทิศทางการพัฒนากำลังคนในปัจจุบัน ศ.ดร.ยศชนัน เห็นว่าควรมีการทบทวนโครงการในภาพรวม เพื่อให้สอดรับกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปและสามารถส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ตามนโยบายของรัฐบาล
“ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบแนวทางสำคัญ ได้แก่ 1.ปรับรูปแบบการพัฒนาระบบให้มุ่งเน้นการสร้างเนื้อหาการเรียนรู้คุณภาพสูง และพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์แบบเปิด (Open System) ที่สามารถเชื่อมโยงกับระบบการเรียนรู้ต่างๆ ของประเทศได้ โดยมอบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวง อว. กำกับดูแลมาตรฐานและระบบเทียบโอนหน่วยกิต 2.ทบทวนข้อกำหนดทางเทคนิคของระบบ พร้อมมอบหมายให้ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ศึกษาแนวทางพัฒนาระบบและการบริหารจัดการที่เหมาะสม เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐสามารถถือครองลิขสิทธิ์และต่อยอดระบบได้ในระยะยาว 3.มอบหมายให้ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ด้านวิชาการ ร่วมกำหนดกรอบการพัฒนาเนื้อหารายวิชาและมาตรฐานการเรียนรู้ โดยเชื่อมโยงกับหลักสูตรระดับอุดมศึกษาและความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และ 4.เร่งเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านการศึกษาและกำลังคนของประเทศ โดยมอบหมายให้คณะอนุกรรมการด้านฐานข้อมูลอุดมศึกษา ภายใต้คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ศึกษาและพัฒนาการเชื่อมโยงข้อมูลและแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการวิเคราะห์และวางแผนกำลังคนของประเทศในอนาคต“ นายศึกษิษฎ์ กล่าวและว่า
การทบทวนโครงการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ระบบ Skill/Credit Portfolio เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศในการเชื่อมโยงข้อมูลการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาทักษะ และการวางแผนกำลังคน รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว



