สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ว่า โอเปกยังคงมองว่า ผลกระทบต่อการบริโภคน้ำมัน นับตั้งแต่สงครามในอิหร่านปะทุขึ้น อยู่ในระดับน้อยกว่า เมื่อเทียบกับการคาดการณ์ของหน่วยงานอื่น ๆ เช่น สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (อีไอเอ) และองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) โดยโอเปกระบุว่า การบริโภคจะฟื้นตัวในภายหลัง และปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของอุปสงค์ในปี 2570
อนึ่ง สงครามดังกล่าวทำให้อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันจากตะวันออกกลางลดลงหลายล้านบาร์เรล อีกทั้งราคาเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น ก็ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคและธุรกิจต่าง ๆ ทั่วโลก
OPEC again lowers 2026 global oil demand growth forecast https://t.co/QRh5ihPZRo
— BNN Bloomberg (@BNNBloomberg) June 11, 2026
การคาดการณ์ในปัจจุบัน ลดการเติบโตของการความต้องการใช้น้ำมันที่คาดการณ์ไว้ในปีนี้ จาก 1.17 ล้านบาร์เรลต่อวัน เหลือ 970,000 บาร์เรลต่อวัน และสำหรับปี 2570 โอเปกคาดว่าอุปสงค์น้ำมันจะเพิ่มขึ้น 1.73 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งสูงขึ้น 190,000 บาร์เรลต่อวันจากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้
“ผลการดำเนินงานทางเศรษฐกิจทั่วโลก ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ยังคงแข็งแกร่ง แม้มีความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างต่อเนื่อง” โอเปก ระบุในรายงาน และคงการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจไว้เหมือนเดิม
แม้กลุ่มประเทศนอกองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก หรือ “โอเปกพลัส” และพันธมิตร เช่น รัสเซีย ตกลงที่จะกลับมาเพิ่มผลผลิตอีกครั้งตั้งแต่เดือน เม.ย. ที่ผ่านมา แต่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้กลุ่มไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ และรายงานระบุว่า ผลผลิตลดลงเพิ่มเติมในเดือน พ.ค.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



