เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. น.ส.อรปรียา อายุ 30 ปี พา ด.ญ.แก้ม (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พร้อมนำคลิปวิดีโอหลักฐานขณะบุตรสาวถูกทำร้ายร่างกาย มอบให้ พ.ต.ท.วุฒิ พระเดชวงศ์ รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.บางใหญ่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 11 มิ.ย. บริเวณป่ากล้วยหลังหมู่บ้านบางใหญ่ซิตี้ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

จากคลิปวิดีโอปรากฏภาพ ด.ญ.แก้ม ซึ่งสวมชุดนักเรียนเนตรนารี ถูก น.ส.น้ำ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ใช้มือตบที่ใบหน้าและศีรษะหลายครั้ง โดยผู้เสียหายพยายามยกมือป้องกันตัวพร้อมพูดว่า “หนูยอมแล้ว” ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะสั่งให้ก้มกราบเท้า และยืนสูบบุหรี่ภายหลังเกิดเหตุ จากนั้นทั้งสองฝ่ายต่างแยกย้ายกัน

ด.ญ.แก้ม เปิดเผยว่า หลังเลิกเรียนทราบว่ามีรุ่นพี่มาดักรออยู่หน้าโรงเรียน จึงหลบออกทางด้านหลัง เมื่อกลับถึงบ้าน คู่กรณีส่งข้อความชวนให้ออกไปพบ ตนจึงออกไปพร้อมเพื่อน เมื่อไปถึง รุ่นพี่ถามว่า “เอาเลยไหมล่ะ” ก่อนลงมือทำร้าย โดยตนไม่ได้ต่อสู้ ถูกตบหน้าหลายครั้ง ดึงศีรษะ และบังคับให้กราบเท้า

ผู้เสียหายยืนยันว่าไม่เคยมีปัญหากับรุ่นพี่คนดังกล่าวมาก่อน เคยเพียงมีเรื่องกระทบกระทั่งกับเพื่อนร่วมชั้นเมื่อประมาณ 1 ปีก่อน แต่ไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้หรือไม่ หลังเกิดเหตุได้รับบาดเจ็บบริเวณแก้มซ้ายมีรอยฟกช้ำและริมฝีปากแตก อีกทั้งยังไม่กล้าไปโรงเรียน เพราะเกรงว่าจะถูกทำร้ายซ้ำ พร้อมฝากถึงคู่กรณีว่าไม่อยากให้ไปทำร้ายใครอีก

ด้าน น.ส.อรปรียา ผู้เป็นแม่ กล่าวว่า เมื่อเห็นคลิปที่ลูกถูกทำร้าย รู้สึกเสียใจและสะเทือนใจอย่างมาก โดยเฉพาะการที่ผู้ก่อเหตุบังคับให้ลูกก้มกราบเท้าและมีพฤติกรรมสูบบุหรี่หลังลงมือทำร้าย ซึ่งมองว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เนื่องจากผู้เสียหายยังเป็นเยาวชน

ขณะที่ พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผู้กำกับการ สภ.บางใหญ่ เปิดเผยว่า เบื้องต้นตำรวจได้รับแจ้งความและส่งผู้เสียหายเข้ารับการตรวจร่างกายแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะดำเนินการสอบปากคำตามกระบวนการคุ้มครองเด็ก โดยมีสหวิชาชีพ อัยการ นักจิตวิทยา หรือนักสังคมสงเคราะห์ ร่วมสอบสวน ก่อนเรียกผู้ก่อเหตุและผู้ปกครองเข้าพบพนักงานสอบสวน

ผู้กำกับการ สภ.บางใหญ่ กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุและผู้ปกครองแล้ว พร้อมฝากถึงผู้ปกครองทุกคนให้ช่วยดูแลบุตรหลาน หากเกิดความขัดแย้งควรพูดคุยกันด้วยเหตุผล เพราะการใช้ความรุนแรงจนเกิดการทำร้ายร่างกาย ถือเป็นความผิดอาญาที่ผู้กระทำจะต้องรับผิดตามกฎหมาย