จากกรณี นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเพิ่มความเข้มงวด ในการสกัดกั้นสินค้าลักลอบนำเข้าที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากร รวมถึงบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (14 มิ.ย.69) นางอนามิการ์ รักษาพล หัวหน้าฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 3 กองสืบสวนและปราบปราม พร้อมด้วย นายวิษณุ วงศ์ทรายทอง หัวหน้าชุดหน่วยสืบสวนปราบปรามภาคตะวันออก 2 สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน ได้แก่ ส่วนสืบสวนปราบปราม 2 กองสืบสวนและปราบปราม ด่านศุลกากรจันทบุรี ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ชค.ทพ.นย.29 สรรพสามิตจังหวัดจันทบุรี คปช.จต. กองทัพเรือ ฉก.นย.จันทบุรี สภ.บ้านแปลง และ นสป.จันทบุรี-ตราด ออกลาดตระเวนเฝ้าระวังการลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายบริเวณพื้นที่ชายแดน ต.เทพนิมิตร อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ผลการปฏิบัติสามารถตรวจพบการกระทำผิดได้ 2 กรณี

โดยกรณีแรก เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาชาวไทยได้ 1 ราย พร้อมยึดบุหรี่ต่างประเทศที่ยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากร จำนวน 251,800 มวนส่วนกรณีที่สอง เจ้าหน้าที่ตรวจพบบุหรี่ต่างประเทศซุกซ่อนอยู่ในพื้นที่ป่าชายแดนอีกจำนวน 250,000 มวน โดยไม่พบผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของ รวมของกลางทั้ง 2 กรณี เป็นบุหรี่ต่างประเทศจำนวน 501,800 มวน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางภาษีกว่า 8 ล้านบาท

เบื้องต้น การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ในข้อหานำของเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร และเคลื่อนย้ายของโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากร รวมถึงอาจมีความผิดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป.