ตามธรรมเนียมปฏิบัติของนักศึกษาใหม่ทุกคน จะเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อให้รุ่นพี่รุ่นน้องทำความรู้จักก่อนเปิดการศึกษา ในหนังสือที่ระลึกพิธีเปิดหอสมุดปรีดี คลังความรู้สู่สังคมไทย บันทึกพระราชจริยวัตรอันงดงามในห้วงเวลานั้น ความตอนหนึ่งว่า ทรงเป็นนักเรียนโรงเรียนจิตรลดาเพียงพระองค์เดียว ที่สอบเข้าคณะนิติศาสตร์ พระสหายที่ทรงรู้จักในวันนั้นจึงเป็นพระสหายใหม่ทั้งหมด ทรงเข้าร่วมกิจกรรม แสดงพระปรีชาสามารถเป็นเชียร์ลีดเดอร์ เพลงT.U. BOOM จากนั้นทรงพระดำเนินพร้อมด้วยนักศึกษาใหม่ เพื่อชมสถานที่สำคัญต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เมื่อเสด็จถึงคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี นักศึกษาทูลขอให้ทรงเป็นเชียร์ลีดเดอร์อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก็ทรงประทานตามคำขอ ท่ามกลางความปลื้มปีติ พร้อมใจปรบมือกึกก้อง จากนั้น เสวยพระกระยาหารเป็นข้าวกล่อง ประทับพื้นกับพระสหายอย่างไม่ถือพระองค์ ในตอนบ่ายของวันเดียวกัน มีการแบ่งกลุ่มนักศึกษาใหม่โดยมีรุ่นพี่เป็นพี่เลี้ยง พระองค์ภาทรงอยู่กลุ่มรพีพัฒน์ ซึ่งเป็นกลุ่มเพื่อนที่มาจากโรงเรียนที่มีชื่อเสียง นักเรียนต่างจังหวัด นักเรียนทุน เพื่อเรียนรู้สถานภาพสังคมแตกต่างกัน ทั้งยังจะได้ร่วมทำกิจกรรมในระหว่างทรงใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยตามประเพณีของชาวคณะนิติศาสตร์

จากนั้น ทรงเข้าร่วมปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และเสด็จร่วมรับน้องของนักศึกษาใหม่ทุกคณะกว่า 4,000 คน ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ทั้งประทับแรมค้างคืนที่หอพักนักศึกษาหญิงของมหาวิทยาลัย เพื่อทรงร่วมกิจกรรมรับน้องในวันรุ่งขึ้น การรับน้องในครั้งนี้ พระองค์ทรงเล่นเกมท่ามกลางแดดร้อนระอุและร่วมเสวยพระกระยาหารกล่องเช่นเดียวกับนักศึกษาทั่วไป ยังความปลาบปลื้มแก่คณาจารย์และเพื่อนนักศึกษาเป็นอย่างมาก ทั้งทรงให้ความเป็นกันเองแก่ ผศ.นพนิธิ สุริยะ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์และผู้ดูแลด้านภาษาต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย เมื่อพระองค์ภาทอดพระเนตรหนังสือคำราชาศัพท์ของพระอาจารย์รายนี้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับคำสนทนา จึงมีรับสั่งว่า

“อาจารย์อ่านไหวหรือเล่มขนาดนั้น อาจารย์ไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์กับภาหรอก เพราะภาก็ฟังไม่รู้เรื่อง”

นับเป็นพระกรุณาธิคุณต่อพระอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นล้นพ้น โดยตลอดระยะเวลาที่ทรงเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ ทรงเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ดังปรากฏในบทประทานสัมภาษณ์เรื่องห้องสมุด และหนังสือที่ทรงโปรด อัญเชิญลงหนังสือที่ระลึกพิธีเปิดหอสมุดปรีดี พนมยงค์ คลังความรู้คู่สังคมไทย ณ พระตำหนักนนทบุรี เมื่อครั้งพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา (พระอิสริยยศในขณะนั้น) ทรงเป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ชั้นปีที่ 1 ทรงเป็นองค์ประธานพิธีประทานรางวัลนักร้องโฟล์คซอง ทรงเป็นองค์ประธานการขี่จักรยานต่อต้านยาเสพติด ทรงเป็นองค์พรีเซ็นเตอร์ แนะนำหอสมุดปรีดี พนมยงค์ เพื่อออกอากาศในวันธรรมศาสตร์ การนี้มีรับสั่ง ความตอนหนึ่งว่า 

“ภา พอช่วยได้ ก็ช่วย”

การนี้ ยังประทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้แก่สำนักหอสมุด เป็นจำนวน 21,820 บาท ด้วยทรงตระหนักถึงความสำคัญของห้องสมุด ทรงก่อตั้งกองทุนธรรมพัชร์ โดยประทานชื่อในนามอันเป็นมงคลในโอกาสนี้ด้วย มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาวัสดุสารนิเทศที่จำเป็นต่อการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย  จัดหาครุภัณฑ์ อุปกรณ์และฐานข้อมูลวิชาการต่างๆ เพื่อประโยชน์ต่อการศึกษา ค้นคว้าวิจัยของคณาจารย์และนักศึกษา

ส่วน การแข่งขันงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 54 ซึ่งจัดขึ้น เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541 นับเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงดำรงตำแหน่งผู้อัญเชิญธรรมจักร สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยทรงเป็นสมาชิกชมรมเชียร์ ถัดมาอีกหนึ่งปี ทรงร่วมแสดงใน ขบวนพาเหรดชุดเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 72พรรษา ในการแข่งขันฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 55 ท่ามกลางความปลื้มปีติและเสียงปรบมือกึกก้องทั่วสนามศุภชลาศัย

ทรงสำเร็จการศึกษา “เกียรตินิยมอันดับสอง”

รวมทั้ง เนื่องในโอกาสมหามงคล พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 72 พรรษา โดยวันที่ 23 มกราคม 2543 ทรงเป็นองค์ที่ปรึกษาและสมาชิกกิตติมศักดิ์ของชุมนุมดนตรีไทย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทรงดนตรีร่วมกับนักศึกษาชุมนุมดนตรีไทยแก่สาธารณชนเป็นครั้งแรก ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของชุมนุมดนตรีไทย 

ในการนี้พระราชทานสัมภาษณ์แก่ คณะผู้จัดทำหนังสือที่ระลึกงานธรรมศาสตร์สังคีตเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราช เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542 เกี่ยวกับดนตรีไทยและการบรรเลงเพลงโหมยูงทอง ความตอนหนึ่งว่า ทรงเล่นจะเข้ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยเพลงเดี่ยวลาวแพน เป็นเพลงทรงโปรด ส่วนเพลงโหมยูงทองที่จะทรงเล่นในงานสำคัญนี้ ตรัสว่า เป็นเพลงที่เพราะดี และถือเป็นเรื่องแปลกที่นำเพลงประจำมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นทำนองเพลงสากล มาประดิษฐ์เป็นทำนองเพลงไทย และหลังจากที่ทรงซ้อมดูแล้ว ก็รู้สึกว่ายาก ซึ่งก็ต้องรอซ้อมจริงกับวงอีกทีหนึ่ง

นอกจากนี้ ทรงเล่าถึงการทรงดนตรีไทยร่วมกับพระบรมวงศานุวงศ์ เมื่อมีโอกาสจะได้ร่วมบรรเลงดนตรีไทยกับสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (พระอิสริยยศในขณะนั้น) อีกทั้งจะเข้ที่ทรงนี้ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเทพฯ อีกด้วย และทรงมีเรื่องขำๆ เกี่ยวกับการซ้อมคือ วันที่ทรงนำจะเข้ออกมาซ้อมคนเดียว คนในวังกลับนึกว่าผีหลอก จากนั้นทรงไม่กล้านำออกมาซ้อมอีก นอกจากจะเข้แล้วทรงหัดบรรเลงเพลงไทย เครื่องดนตรีหลายชนิด อาทิ ขลุ่ย ขิม เปียโน กีตาร์ นับเป็นพระอัจฉริยภาพอันเกิดจากความมุ่งมั่นฝึกซ้อมด้วยพระวิริยอุตสาหะจนเชี่ยวชาญ

อีกทั้งเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2545 ถือเป็นอีกหนึ่งวันอันปลื้มปีติ  เมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงสำเร็จการศึกษาด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับสอง นับเป็นพระราชวงศ์ชั้นสูงพระองค์แรก ที่สำเร็จการศึกษาด้านนิติศาสตร์ในประเทศไทยจากการสอบคัดเลือกตามระบบอุดมศึกษา

แม้ทรงสำเร็จการศึกษาแล้ว ยังคงเสด็จเยือนสถาบันการศึกษาแห่งนี้ในโอกาสต่างๆ อาทิ ทรงเปิดอาคารอุทยานเรียนรู้ ป๋วย 100 ปี เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2562 ทั้งยังประทานนาม “กิติยาคาร” ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ใช้สำหรับอาคารที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นหอประชุมอเนกประสงค์ลานขนาดใหญ่ มีพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการถาวรธรรมประภา เนื้อหาเกี่ยวกับพระกรณียกิจด้านความยุติธรรม การช่วยเหลือผู้ต้องหาให้เข้าถึงหลักนิติธรรม การพัฒนาคุณภาพชีวิตของอดีตผู้ต้องขังหญิง โครงการกำลังใจเพื่อให้โอกาสแก่ผู้ด้อยโอกาส  อันก่อเกิดมาจากการต่อยอดองค์ความรู้ที่ทรงศึกษาเล่าเรียน นำมาพัฒนาชาติบ้านเมืองให้สงบร่มเย็น สะท้อนความผูกพันระหว่างคณาจารย์และศิษย์เก่าที่มีมายาวนาน.