นางสาวณัฐธิดา เทพสุทิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย จากพรรคเพื่อไทย จี้รัฐศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้านต่อแนวคิดนโยบาย “ห้ามผู้ที่เกิดหลังปีที่กำหนดซื้อยาสูบตลอดชีวิต” หรือ Nicotine-Free Generation ย้ำการคุ้มครองสุขภาพประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ แต่ต้องเดินควบคู่กับการดูแลปากท้องของเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบและผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่เศรษฐกิจ พร้อมเตือนให้จับตาความเสี่ยงบุหรี่ผิดกฎหมายขยายตัว และเสนอให้ภาครัฐวางแผนรองรับการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงในอนาคต “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

“สส. ณัฐธิดา เทพสุทิน” จากพรรคเพื่อไทย แสดงความเห็นต่อกรณีแนวคิดนโยบาย “Nicotine-Free Generation” หรือการกำหนดอายุปีเกิดเพื่อจำกัดการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ยาสูบในอนาคต ผ่านเฟซบุ๊ค ส่วนตัวว่า ระบุว่า “เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสุขภาพ แต่ยังเกี่ยวข้องกับปากท้องของเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผลกระทบทางเศรษฐกิจในห่วงโซ่อุปทานด้วย ปัจจุบันบุหรี่ผิดกฎหมายมีสัดส่วนราว 25% ของตลาด สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 30,000 ล้านบาทต่อปี หากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายในอนาคต เราจำเป็นต้องศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน และเตรียมแนวทางรองรับให้กับเกษตรกรอย่างเป็นระบบ ทั้งตลาดทดแทน การพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง และพืชทางเลือกที่เหมาะสม”
ต่อมา สส.ณัฐธิดา ยังได้โพสต์เพิ่มเติมอีกว่า “จากการลงพื้นที่พูดคุยกับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบในจังหวัดสุโขทัย อาทิ ตำบลวังทอง ตำบลวังใหญ่ ตำบลทับผึ้ง ตำบลบ้านนา และตำบลเกาะตาเลี้ยง พบว่าเกษตรกรจำนวนมากมีข้อจำกัดด้านสภาพพื้นที่ซึ่งประสบปัญหา “น้ำท่วมสลับภัยแล้ง” ทำให้ต้องพึ่งพาพืชเศรษฐกิจอายุสั้นที่ใช้พื้นที่ไม่มาก และสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนภายในระยะเวลา 3-4 เดือน”

สส.ณัฐธิดา เสนอว่า การเปลี่ยนผ่านของภาคเกษตรจำเป็นต้องมีแผนรองรับที่ชัดเจน โดยแนวทางที่ควรศึกษา ได้แก่ การต่อยอดงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง การสนับสนุนพืชทางเลือกที่เหมาะสมกับพื้นที่และมีตลาดรองรับ รวมถึงการส่งเสริมพืชสมุนไพรและการแปรรูปเพื่อเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) และอุตสาหกรรมสุขภาพของประเทศ
นอกจากนี้ ยังเสนอให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องร่วมศึกษาแนวทางดังกล่าว เพื่อให้การกำหนดนโยบายในอนาคตมีข้อมูลรอบด้าน ทั้งมิติสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม
“การลดการบริโภคยาสูบและการดูแลเกษตรกรสามารถเดินหน้าไปพร้อมกันได้ หากมีการวางแผนที่ดี มีงานวิจัยรองรับ และมีกลไกช่วยเหลือให้ประชาชนสามารถปรับตัวได้ การเปลี่ยนแปลงที่ดี คือการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” สส.ณัฐธิดา กล่าว



