สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ว่า รายงานประจำปีของยูเอ็น ว่าด้วยเด็กและความขัดแย้งทางอาวุธ (ซีเอเอซี) บันทึกกรณี “การละเมิดร้ายแรง” จำนวน 38,558 ครั้งทั่วโลกในปี 2568 ส่งผลกระทบต่อเด็ก 24,174 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่ยูเอ็นเริ่มจัดทำรายงานซีเอเอซีเมื่อปี 2539
ข้อมูลเผยให้เห็นว่า เด็ก 14,224 คน ถูกสังหารหรือได้รับบาดเจ็บสาหัสจนพิการ โดยจำนวนเด็กที่เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 34% จากปี 2567 เป็น 6,266 ราย ซึ่งยูเอ็นตรวจสอบยืนยันการสังหารเด็กชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา และเขตเวสต์แบงก์ จำนวน 2,668 ราย และ 57 ราย ตามลำดับ
UN warns Israeli settlers could join blacklist for violations against children https://t.co/YofNHXH7WG
— The Straits Times (@straits_times) June 17, 2026
ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งของยูเอ็น กล่าวในการบรรยายสรุปเกี่ยวกับรายงานว่า ประเทศที่มีการละเมิดสูงสุดในปี 2568 ได้แก่ ดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครองและอิสราเอล สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) ไนจีเรีย เมียนมา และโซมาเลีย
แม้อิสราเอลปรากฏอยู่ในรายชื่อประเทศที่ถูกประณาม ในรายงานซีเอเอซีอยู่แล้ว เนื่องจากข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดสิทธิ แต่รายงานฉบับล่าสุดถือเป็นครั้งแรกที่เน้นย้ำถึงผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอล ว่าเป็นกลุ่มที่อาจถูกขึ้นบัญชีดำในอนาคต
“ผมรู้สึกตกใจเป็นอย่างยิ่งกับความรุนแรงของการละเมิดสิทธิเด็กอย่างร้ายแรง ในดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครองและอิสราเอล โดยเฉพาะการใช้อาวุธระเบิดอย่างแพร่หลายในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น ซึ่งผมรู้สึกกังวลอย่างมากต่อการโจมตีที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ที่กระทำโดยผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอล และส่งผลให้เกิดการละเมิดสิทธิเด็กชาวปาเลสไตน์อย่างร้ายแรง” กูเตร์เรส ระบุในรายงาน
นอกจากนี้ กูเตร์เรสกล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลควรถูกขึ้นบัญชีดำ หากจำนวนการละเมิดสิทธิที่สูงเช่นนี้ เกิดขึ้นซ้ำอีกในปี 2569.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



