เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานข้อมูลเบื้องต้นว่า เหตุการณ์ผนังอุโมงค์ดอยหลวง ของโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายใหม่ ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ (สัญญาที่ 3) ช่วงเชียงราย-เชียงของ เกิดจากปัจจัยทางธรรมชาติ หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ ส่งผลให้ดินอุ้มน้ำ และเกิดการสไลด์ตัวลงมา ยอมรับว่าอุบัติเหตุในงานก่อสร้างเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ แม้ผู้รับเหมา วิศวกร และผู้ควบคุมงานจะปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเต็มที่แล้ว ซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิดอุบัติเหตุ ทุกฝ่ายพยายามป้องกันอย่างดีที่สุด แต่บางครั้งก็มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากการคาดการณ์ หรือควบคุมได้ โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางธรรมชาติ

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ได้สั่งให้กระทรวงคมนาคมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัยจากธรรมชาติ เป็นอุบัติเหตุ หรือเกิดจากความบกพร่องในการปฏิบัติงานของใคร เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เวลาในการสอบประมาณ 15 วัน เพราะต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเข้ามาร่วมตรวจสอบ และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกด้วย เพื่อให้ผลการสอบสวนมีความถูกต้อง และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีกิจการร่วมค้า ซีเคเอสที-ดีซี 3 ประกอบด้วย บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน), บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท เชียงใหม่คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้รับจ้าง ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับคนในรัฐบาล นายพิพัฒน์ กล่าวว่า อย่าไปมองว่าเป็นบริษัทใคร หรือเป็นญาติใคร สิ่งสำคัญต้องดูว่าบริษัทนั้นผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ และกระบวนการคัดเลือกตามกฎหมายหรือไม่ หากผ่านเกณฑ์ก็มีสิทธิเข้ามารับงานได้เหมือนกับผู้ประกอบการรายอื่น

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า จะพิจารณาขึ้นบัญชีดำ (แบล็กลิสต์) หรือยกเลิกสัญญาผู้รับเหมาเหมือนกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ทุกบริษัทต้องอยู่ภายใต้กฎกติกาเดียวกัน ไม่มีการเลือกปฏิบัติ หรือให้สิทธิพิเศษแก่ใครทั้งสิ้น แต่ขณะนี้ก็ยังไม่มีการขึ้นบัญชีดำ หรือยกเลิกสัญญากับผู้รับเหมารายใด อย่างไรก็ตามหากผลการสอบพบว่ามีการกระทำผิด หรือมีความบกพร่องเกิดขึ้นจริง ก็จะดำเนินการตามกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยไม่มีข้อยกเว้น
นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ได้กำชับให้เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแล และติดตามงานก่อสร้างให้มากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่าในช่วงหลัง โครงการก่อสร้างของกระทรวงคมนาคม เกิดอุบัติเหตุขึ้นหลายครั้ง เรื่องนี้ควรมองจากภาพรวมจำนวนโครงการทั้งหมดที่ดำเนินการอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งมีจำนวนมากในแต่ละปี และแต่ละโครงการใช้ระยะเวลาดำเนินงานหลายปี จึงควรนำสัดส่วนการเกิดอุบัติเหตุมาเปรียบเทียบกับจำนวนโครงการทั้งหมด

ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า อุโมงค์ดอยหลวงได้ดำเนินการขุดเจาะแล้วเสร็จ อยู่ในขั้นตอนการก่อสร้างผนังอุโมงค์ รวมถึงการติดตั้งระบบระบายน้ำภายในอุโมงค์ อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมาพื้นที่จังหวัดเชียงรายมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้ดินมีการอุ้มน้ำในปริมาณมาก จนเกิดแรงดัน มีผนังพังลงมาประมาณ 5 ตารางเมตร (ตร.ม.) ขณะนี้วิศวกร และผู้ควบคุมงานได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง เพิ่มระบบค้ำยัน และระบบสนับสนุนต่างๆ เพื่อเสริมความปลอดภัยให้มากขึ้น
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่ได้รับผลกระทบเป็นเพียงชั้นโครงสร้างเบื้องต้น หลังจากขุดเจาะแล้วเสร็จ ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการปิดผิว และซีลโครงสร้างอย่างสมบูรณ์ รวมถึงระบบป้องกันน้ำซึมยังดำเนินการไม่ครบทุกขั้นตอน หลังจากนี้ยังต้องมีการเสริมคอนกรีตเพิ่มเติมอีก 2-3 ชั้น จึงจะแล้วเสร็จตามมาตรฐานวิศวกรรม ยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างในภาพรวม ไม่ต้องกังวล ส่วนการสอบหาสาเหตุนั้น ในส่วนของกรมการขนส่งทาง (ขร.) อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 15 วัน



