เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 22 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์กรณีพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัคร สส.กทม. พรรคประชาชน ในคดีฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดจะอุทธรณ์คำสั่งหรือไม่ ว่า เป็นไปตามวิธีพิจารณาความอาญา โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องพิจารณาทำความเห็นแย้งในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการจัดทำความเห็นแย้งอยู่ 

เมื่อถามว่า เป็นเพราะตำรวจทำสำนวนมาไม่ดีหรือไม่ ขณะที่พรรคประชาชนออกมาเคลื่อนไหวในทำนองว่า กรณีนี้เป็นการกลั่นแกล้ง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ตนคิดว่าการจะขยายผลหรือจับกุมใคร การสอบสวนเป็นไปตามหลักกฎหมายอยู่แล้ว เป็นไปตามพยานหลักฐาน ส่วนความเห็นที่สั่งไม่ฟ้องของอัยการเป็นตามกระบวนการ และเมื่อแจ้งมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเราจะดูประเด็น มีประเด็นอะไรที่เราเห็นสมควรแย้งหรือไม่อย่างไร ซึ่งอำนาจชี้ขาดเป็นของอัยการสูงสุด ตนยืนยันว่า จะทำความเห็นแย้งแน่นอน ส่วนจะทำความเห็นแย้งประเด็นไหนยังไม่สามารถเปิดเผยได้ และเรื่องดังกล่าวเป็นการจับกุม และขยายผลเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดก็ว่าไปตามพยานหลักฐาน 

เมื่อถามว่า มีการโยงไปถึงกรณีนายภาวุธ พงษ์วิทยาภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุมีความเกี่ยวพันกับเครือข่าย Forex ซึ่งถูกมองว่าถูกกลั่นแกล้งในทำนองเดียวกัน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า “ผมไม่วิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ดีกว่า เราเป็นตำรวจไม่มีกลั่นแกล้งใครอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องการเมือง และตำรวจมีหน้าที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย”

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการปราบปรามผู้มีอิทธิพลในจังหวัดภูเก็ต ว่า ได้มอบหมายให้ ผช.ผบ.ตร.ลงพื้นที่ไป ทั้งนี้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามผู้ร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงผู้บังคับบัญชาหลายคน ได้รวบรวมข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างเข้มข้นและจริงจัง 

เมื่อถามว่า จะมีการออกหมายจับข้าราชการในจังหวัดภูเก็ตบ้างหรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ต้องรอดูว่าการขยายผลจะเป็นอย่างไร