ภายหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดปฏิบัติการ “Shutdown the Laundering” ตรวจค้น 24 จุดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล กวาดยึดเงินสดกว่า 65 ล้านบาท พร้อมทรัพย์สินมูลค่าสูงจำนวนมาก ในคดีซื้อขาย Forex โดยไม่ได้รับอนุญาต ล่าสุดพนักงานสืบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน หลังพบผู้เสียหายกว่า 500 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่าพันล้านบาท และอยู่ระหว่างพิจารณาเสนอรับเป็นคดีพิเศษในความผิดฐานแชร์ลูกโซ่และฉ้อโกงประชาชน นั้น

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. “ทีมข่าวอาชญากรรมเดลินิวส์” ได้รับการเปิดเผยจากรายงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่า กรณีนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือป้อม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่พบความเชื่อมโยงเส้นทางการเงิน จำนวน 28 ล้านบาท (วันที่ 18 ก.ค. 67) ซึ่งรับโอนจากบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด นั้น พนักงานสืบสวนก็ต้องรอฟังคำชี้แจงของเจ้าตัวก่อน ส่วนกรณีที่ในรูปภาพแผนผังความเชื่อมโยงสัมพันธ์ปรากฏมีภาพชายปริศนารายหนึ่ง มีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องกับบริษัท คิวอาร์เอส โกลบอล จำกัด : QRS Global และรายงานการสืบสวนยังระบุว่ารู้จักและสนิทสนมกับนายภาวุธ เพราะเคยไปเที่ยวปารีสด้วยกัน มีภาพร่วมงานประชุมสัมมนาร่วมกันนั้น ข้อมูลจากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่าชายปริศนารายนี้มีบทบาทเป็นทั้งโบรกเกอร์ และยังเป็นผู้มีบทบาทเกี่ยวข้องในบริษัท คิวอาร์เอส โกลบอล จำกัด : QRS Global อีกด้วย

ส่วนกรณีบทบาทของ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม จะอยู่ในกลุ่มของบริษัทโบรกเกอร์ 2 แห่ง คือ 1.บริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด ซึ่งประกอบกิจการรับจัดฝึกอบรมสัมมนา และ 2.บริษัท HF Markets (SV) Ltd ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ประเทศในหมู่เกาะแคริบเบียน โดยมีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เบื้องต้นพนักงานสืบสวนยังไม่พบข้อมูลเส้นทางการเงินจากบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด เชื่อมโยงถึงนายรัฐภูมิแต่อย่างใด

รายงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ ย้ำว่า ตอนนี้ทั้งนายภาวุธและนายรัฐภูมิ ยังไม่ได้มีการประสานขอเข้าพบพนักงานสืบสวนเพื่อขอชี้แจงข้อมูลแต่อย่างใด ส่วนหลังจากนี้พนักงานสืบสวนก็จะได้เร่งขยายผลเพื่อดูว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกหรือไม่ โดยไม่ได้มุ่งเน้นแค่คนในแวดวงทางการเมืองหรือวงการบันเทิง เพราะถ้าหากใช้หลักฐานเชื่อมโยง ก็เป็นหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องที่จะต้องชี้แจงข้อเท็จจริง.