เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ที่ ศาลอาญาตลิ่งชัน ถนนเลียบทางรถไฟ ภายหลังศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีระหว่าง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โจทก์ นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน และประธานกรรมาธิการศึกษาติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร จำเลย ในคดีที่ น.ส.รักชนก กล่าวหา นายสุชาติ ว่าเป็นรัฐมนตรีที่มาจากการโกงเลือกตั้ง

ต่อมา น.ส.รักชนก ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันนี้ศาลได้นัดคู่ความทั้ง 2 ฝ่ายให้มาไกล่เกลี่ยกัน แต่ปรากฏว่าตัว นายสุชาติ ติดภารกิจ ศาลจึงนัดให้มาไต่สวนในนัดหน้าอีกครั้งหนึ่ง ส่วนตัวตนอยากให้มา เพราะจะได้คุยกันให้จบ จะได้ดำเนินการต่อ โดยศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องอีกครั้งในวันที่ 3 ก.ค. 69 เวลา 13.30 น. ส่วนกังวลใจหรือไม่ ตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ ยืนยันว่าบริสุทธิ์ใจทุกอย่าง

เมื่อถามว่าผิดหวังหรือไม่ที่ไม่เจอนายสุชาติ น.ส.รักชนก กล่าวว่า เข้าใจดีว่าเป็นรัฐมนตรีอาจจะติดภารกิจ แต่ถ้านัดหมายล่วงหน้าและตกลงเวลาเรียบร้อยแล้ว นัดหน้าก็อยากให้มาเพราะจะได้ไม่เสียเวลาทั้ง 3 ฝ่าย ส่วนการไต่สวนในวันนี้ เนื่องจากเจ้าตัวไม่มา ทนายเป็นผู้ที่ออกมาพูดแทน ตนไม่แน่ใจว่าจะยังยืนยันในสิ่งเดิมหรือไม่ อยู่ที่ฝั่งนั้น แต่ถ้ามีโอกาสไกล่เกลี่ยได้ก็ไม่ติดขัดอะไร ส่วนประเด็นที่ตนบอกว่า นายสุชาติ เป็นรัฐมนตรีที่มาจากการโกงเลือกตั้ง ตรงนี้ยังไม่ได้ชี้แจงอะไร แต่รอบหน้าขอให้ นายสุชาติ มาศาลด้วยตนเองจะได้คุยให้จบ

ด้านนายนิธิ ละเอียดดี ทนายความของ น.ส.รักชนก กล่าวว่า ในวันนี้ทางฝั่งจำเลยยินดีรับฟังที่ฝั่งโจทก์อาจจะมีการยื่นข้อเสนออะไรมา แต่ก็ยังไม่ได้ตอบตกลงในวันนี้ และคดียังไม่เริ่มการไต่สวน ส่วนที่จะมีการแจ้งความเพิ่มเป็นเรื่องการกระทำอื่น ยังไม่สามารถบอกอะไรได้

น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการฟ้องปิดปาก อันนี้คิดว่าประชาชนก็คงตัดสินได้เอง ว่าเป็นคดีปิดปากหรือเป็นคดีสแลปหรือเป็นอะไรก็คิดว่าประชาชนก็พิจารณาจากบริบททุกอย่างและก็คิดวิเคราะห์แยกแยะได้เอง อยากฝากไปถึงบุคคลที่เข้ามาทํางานการเมืองเสนอตัวมาเป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ที่จะมารับใช้พ่อแม่พี่น้องประชาชน คิดว่าควรจะมีใจคอที่กว้างขวางมากกว่าคนปกติ เพราะยังไงท่านก็มาดำรงตำแหน่งที่ต้องตัดสินใจเกี่ยวกับผลประโยชน์สาธารณะเยอะ ดังนั้นต้องมีการให้คุณให้โทษคนจำนวนที่หลากหลายอยู่แล้ว ดังนั้นการถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องปกติไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน ฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล หรือจะเป็นปีกอื่นๆ ก็อยากจะให้กว้างๆ ไว้เวลาที่โดนวิพากษ์วิจารณ์.