สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ว่า อียูและประเทศสมาชิกไม่ยอมรับรัฐบาลตาลีบัน นับตั้งแต่กลุ่มนี้กลับมามีอำนาจในอัฟกานิสถานเมื่อ 5 ปีที่แล้ว หลังจากทำสงครามกับรัฐบาลคาบูล ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ที่นำโดยสหรัฐ เป็นเวลานาน 20 ปี

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารอียูในกรุงบรัสเซลส์ ปกป้องการตัดสินใจที่จะจัดการเจรจาแบบจำกัดกับ “รัฐบาลโดยพฤตินัย” ของอัฟกานิสถาน โดยระบุว่าเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อส่งตัวผู้ขอลี้ภัยที่ถูกปฏิเสธ ซึ่งก่ออาชญากรรมหรือถูกมองว่าเป็นอันตราย กลับประเทศของพวกเขา

ด้านโฆษกของคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จากอีซี และประเทศสมาชิกอียู 15 ประเทศ เข้าร่วมการประชุมที่กรุงบรัสเซลส์ ซึ่งเป็นการติดตามผลจากการประชุมครั้งที่แล้วในกรุงคาบูล เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา

“หน่วยงานของอีซี และสวีเดน ร่วมเป็นประธานการประชุมระดับเทคนิคในกรุงบรัสเซลส์ กับผู้แทนระดับเทคนิคจากรัฐบาลโดยพฤตินัยของอัฟกานิสถาน ซึ่งรับผิดชอบเรื่องการส่งตัวกลับประเทศ และการรับกลับเข้าประเทศ” โฆษกของอีซี กล่าวเพิ่มเติม

ขณะที่ นายอับดุล กาเฮอร์ บัลคี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของรัฐบาลตาลีบัน กล่าวว่า การประชุมในวงกว้างครั้งนี้ รวมถึงความเป็นไปได้ในการจัดตั้งสถานกงสุลในอียู การกลับมาให้บริการด้านกงสุลแก่ชาวอัฟกานิสถาน และความจำเป็นในการกำหนด “มาตรการสร้างความไว้วางใจ”

กระนั้น การเยือนกรุงบรัสเซลส์ของกลุ่มตาลีบัน ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มสิทธิมนุษยชน และนักการเมืองยุโรปจำนวนหนึ่ง ซึ่งกล่าวว่าการมีส่วนร่วมข้างต้นอาจทำให้ชาวอัฟกันตกอยู่ในความเสี่ยง และบ่อนทำลายค่านิยมหลักของอียู.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS