พระราชวชิรรัตนาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส และเลขานุการ วัดอรุณราชวราราม กล่าวว่า วัดอรุณฯ เตรียมเปิดนิทรรศการ ศูนย์เรียนรู้มรดกโลก มรดกธรรม วัดอรุณราชวราราม ในวันที่ 1 ก.ค.นี้ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ เจ้าจอม พลโทหญิง ท่านผู้หญิงอรอนงค์ ปิยนาฏวชิรพัทธ์ เป็นผู้แทนพระองค์ เปิดศูนย์เรียนรู้โครงการมรดกโลก มรดกธรรม ในวันที่ 1 ก.ค. เวลา 18.00น.

พระราชวชิรรัตนาภรณ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับนิทรรศการจะมีด้วยกัน 4 โซน ประกอบด้วยโซนที่ 1 มรดกโลก จะมีการอธิบายรายละเอียดความสำคัญของมรดกโลก ว่าคืออะไร มีกี่ประเภท หลักเกณฑ์ในการพิจารณา ขั้นตอนการพิจารณา และแผนที่มรดกโลกในทวีปเอเชีย โซนที่ 2 กาลานุกรมพุทธศาสนา แหล่งมรดกโลกไทย และ Tentative List ในไทย กับมรดกโลกที่สำคัญในเอเชีย จัดทำเป็นกราฟฟิกแผนที่กับแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมของไทย 5 แห่ง (บ้านเชียง ภูพระบาท ศรีเทพ สุโขทัย อยุธยา) กาลานุกรมพุทธศาสนา แสดงแหล่งมรดกโลกในเอเชีย เหตุการณ์สำคัญ สถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา มรดกโลก (พุทธศาสนา) ในเอเชีย จีน อินเดีย ศรีลังกา พม่า เขมร อินโดนีเซีย หลวงพระบาง โซนที่ 3 พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม มหาธาตุอัตลักษณ์กรุงรัตนโกสินทร์ นำเสนอคำอธิบาย คุณค่าอันโดดเด่นเป็นสากล ความเป็นของแท้และความครบถ้วน รวมทั้งการเปรียบเทียบกับมรดกโลกอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน

ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณฯ กล่าวต่อไปว่า โซนที่ 4 มรดกโลก มรดกธรรม แนวปฏิบัติในการจัดการมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยคณะสงฆ์ กิจกรรมเรียนรู้วิถีพุทธเชิงสร้างสรรค์ในพื้นที่มรดกโลก และ Tentative ตัวอย่างเช่นที่ พระนครศรีอยุธยา วัดอรุณฯ มีการจัดเครือข่ายจิตอาสาในพื้นที่ตัวอย่างที่ทำงานร่วมกันในกิจกรรมเรียนรู้วิถีพุทธ เช่น การสวดธัมมจักกัปวัตนสูตร การล้างพระปรางค์วัดอรุณฯ การสวดมนต์ใหญ่เดือนละครั้งที่วัดอรุณฯ การสวดวาระพิเศษกับกองทัพเรือ เป็นต้น รวมถึงภาพการเปิดโครงการมรดกโลก มรดกธรรม ที่จ.พระนครศรีอยุธยา และมรดกโลก มรดกธรรม ที่วัดเจดีย์หลวง จ.เชียงใหม่
พระราชวชิรรัตนาภรณ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ในการดำเนินการโครงการมรดกโลก มรดกธรรม ซึ่งเป็นโครงการที่สนองพระดำริในสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่ปรารภโครงการบูรณปฏิสังขรณ์ ปูชนียวัตถุ และปรับปรุงภูมิทัศน์ในพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรมในสังคมไทย และเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการจัดการมรดกวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนา หลังจากนี้จะเป็นโครงการที่ดำเนินการในนามคณะสงฆ์ ตามมติมหาเถรสมาคม (มส.) ภายใต้โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ต่อไป



