ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย ร่วมกับ ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย สานต่อโครงการ ‘วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด ‘ไม่มีน้ำ ไม่มีเรา’ (No Water, No Life) พร้อมผนึกกำลังหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา จัดกิจกรรม ‘ค่ายมิซุอิกุผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ’ รุ่นที่ 3 ณ จังหวัดนครนายก เพื่อเปิดพื้นที่การเรียนรู้นอกห้องเรียนให้เยาวชนได้ทำความเข้าใจเรื่องน้ำผ่านประสบการณ์จริง และตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาว

วางรากฐานเรื่องน้ำ

โครงการ ‘วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ’ ดำเนินงานร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำ กรมควบคุมมลพิษ และกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (Environmental Education Centre: EEC) โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้ควบคู่กับการลงมือปฏิบัติจริง เนื่องจากประเทศไทยยังเผชิญความท้าทายด้านทรัพยากรน้ำในหลายมิติ ทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม และปัญหาคุณภาพน้ำ ซึ่งล้วนส่งผลต่อระบบนิเวศ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของผู้คน

‘โอเมอร์ มาลิค’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประเทศไทยและอินโดไชน่า บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า น้ำเป็นทรัพยากรสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คน ซันโทรี่จึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนโครงการมิซุอิกุ (Suntory Mizuiku – Education Program for Nature and Water) ซึ่งเริ่มต้นในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2547 ก่อนขยายการดำเนินงานสู่ 9 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเข้าใจคุณค่าของทรัพยากรน้ำและเห็นความเชื่อมโยงระหว่างน้ำ ธรรมชาติ และการดำรงชีวิต

ห้องเรียนธรรมชาติ

กิจกรรมค่ายมิซุอิกุผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ รุ่นที่ 3 จัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน เปิดโอกาสให้เยาวชนอายุ 10-12 ปี และคุณครูจาก 30 โรงเรียน ในจังหวัดชลบุรีและสระบุรี รวมกว่า 500 คน ได้เรียนรู้ผ่านห้องเรียนธรรมชาติในจังหวัดนครนายก โดยกิจกรรมครอบคลุมพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ผ่านการลงพื้นที่เขื่อนขุนด่านปราการชล น้ำตกสาริกา และป่าชุมชนบ้านเนินมะค่า เพื่อให้เยาวชนมองเห็นการเดินทางของน้ำตั้งแต่แหล่งกำเนิดจนถึงการใช้ประโยชน์ของผู้คน

‘อเล็กซานเดอร์ ไซมอน เรนเดลล์’ ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา หรือ EEC กล่าวว่า หลายพื้นที่กำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากรน้ำ ทั้งจากสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน คุณภาพน้ำที่เสื่อมลง และความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้น การสร้างความเข้าใจเรื่องน้ำตั้งแต่วัยเด็กจึงเป็นจุดเริ่มต้นในการเตรียมคนรุ่นใหม่ให้มีความรู้และพร้อมดูแลทรัพยากรธรรมชาติในอนาคต กิจกรรมภายในค่ายจึงออกแบบให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการสังเกต ตั้งคำถาม และลงมือปฏิบัติ เพื่อให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทรัพยากรน้ำ ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

“การศึกษาเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาหลายเรื่อง สิ่งสำคัญคือจะทำอย่างไรให้เด็กสนใจและอยากเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม เราจึงใช้แนวคิดเอดูเทนเมนต์ (Edutainment) มาช่วยทำให้เรื่องยากเข้าใจง่าย ภายใต้แนวคิด ‘ไม่มีน้ำ ไม่มีเรา’ เพราะถ้าเด็กๆ เห็นคุณค่าของน้ำตั้งแต่วันนี้ เขาก็จะเติบโตขึ้นมาเป็นคนที่ช่วยดูแลทรัพยากรธรรมชาติและขับเคลื่อนความยั่งยืนในอนาคตได้” อเล็กซ์ กล่าว

ต่อยอดสู่ชุมชน

‘ทานุจ ชาดา’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา โครงการได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชนและคุณครูรวมกว่า 19,700 คน จาก 60 โรงเรียน ในจังหวัดชลบุรีและระยอง และในปีนี้ได้ขยายการดำเนินงานไปยังจังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นอีกพื้นที่ที่บริษัทดำเนินกิจการอยู่ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนและโรงเรียนในพื้นที่มีส่วนร่วมเรียนรู้และพัฒนากิจกรรมอนุรักษ์น้ำที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชนตนเอง

“น้ำเป็นทรัพยากรที่สำคัญต่อทั้งการใช้ชีวิตและการดำเนินธุรกิจของเรา จึงอยากให้การเรียนรู้เรื่องการอนุรักษ์น้ำเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โครงการมิซุอิกุจึงไม่ได้จบแค่ในค่ายเยาวชน แต่ต่อยอดไปสู่ ‘โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ’ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเครือข่ายที่ริเริ่มขึ้น เพื่อให้โรงเรียนได้ลงมือทำจริงและนำเรื่องการอนุรักษ์น้ำไปต่อยอดในชุมชนของตนเอง” ทานุจ กล่าว

หลังเสร็จสิ้นกิจกรรมค่าย โครงการจะต่อยอดสู่การประกวดโรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ (Mizuiku Water Model School) โดยสนับสนุนงบประมาณโรงเรียนละ 1 หมื่นบาท สำหรับพัฒนาโครงการอนุรักษ์น้ำภายในโรงเรียน ครอบคลุมการกำหนดนโยบาย การมีส่วนร่วมของบุคลากร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการขยายผลสู่ชุมชน พร้อมคัดเลือกโรงเรียนต้นแบบจังหวัดละ 1 แห่ง เดินทางไปศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำองค์ความรู้กลับมาพัฒนากิจกรรมอนุรักษ์น้ำและต่อยอดการเรียนรู้ในโรงเรียนและชุมชนอย่างต่อเนื่อง