ณ ห้องประชุมต้นตาล ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี (หลังเก่า) อ.เมือง จ.เพชรบุรี นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมระดับจังหวัดเพชรบุรี (กพยจ.เพชรบุรี) โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี อัยการจังหวัดเพชรบุรี ผอ.สำนักงานบังคับคดีจังหวัดเพชรบุรี ผอ.สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดเพชรบุรี ผอ.สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเพชรบุรี ผู้บัญชาการเรือนจำกลางจังหวัดเพชรบุรี อาสาสมัครเครือข่ายยุติธรรมชุมชนจังหวัดเพชรบุรี อาสาสมัครด้านสื่อสารมวลชน โดยมี นายสุธีรวัชร์ เจริญวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดเพชรบุรี ทำหน้าที่เลขานุการ
ทั้งนี้ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้รายงานสถานการณ์และผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา โดยปัญหาด้านยาเสพติด ยังคงเป็นปัญหาอันดับ 1 ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี สถานการณ์คดีอาญาชั้นพนักงานสอบสวน ข้อมูลตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 พบคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จำนวน 1,025 คดี แบ่งเป็น ผลิต 32 คดี จำหน่าย 141 คดี ครอบครอง 336 คดี ครอบครองเพื่อเสพ 48 คดี เสพยาเสพติด 459 คดี และอื่น ๆ อีก 9 คดี รองลงมาเป็นคดีอาวุธปืนและวัตถุระเบิด 181 คดี คดีความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง จำนวน 134 คดี คดีลักทรัพย์ 96 คดี และคดีการพนัน 66 คดี

ขณะที่ผู้แทนผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดเพชรบุรี รายงานสถานการณ์จำนวนนักโทษผู้ต้องขังในเรือนจำกลางจังหวัดเพชรบุรี ณ ปัจจุบัน มีผู้ต้องขัง จำนวน 3,742 ราย โดยได้มีการย้ายผู้ต้องขังจากเขต 7 จำนวน 750 ราย มาไว้ที่เรือนจำกลางเพชรบุรี ทั้งนี้ทางเรือนจำสามารถรับผู้ต้องขังได้สูงสุด 4,230 ราย
ซึ่งลักษณะความผิด 5 อันดับสูงสุด ได้แก่ 1) คดียาเสพติด จำนวน 2,823 คน เพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ค. 2568 จากเดิม 2,347 คน เพิ่มขึ้น 476 คน หรือเพิ่มขึ้น 20.28 เปอร์เซ็นต์ 2) คดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ จำนวน 491 คน เพิ่มขึ้นจากเดิม 91.08 เปอร์เซ็นต์ 3) คดีความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย จำนวน 268 คน เพิ่มขึ้นจากเดิม 65.43 เปอร์เซ็นต์ 4) ความผิดเกี่ยวกับเพศ จำนวน 105 คน เพิ่มขึ้นจากเดิม 59.09 เปอร์เซ็นต์ และ 5) คดีอื่น ๆ (คนเข้าเมือง, การพนัน, อาวุธปืน) จำนวน 125 คน

โดยพบว่า จำนวนผู้ต้องขังคดีเกี่ยวกับยาเสพติดเพิ่มสูงขึ้น สอดคล้องกับจำนวนตัวเลขคดีอาญาในชั้นพนักงานสอบสวนที่คดียาเสพติดเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน แม้ว่าที่ผ่านมาหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการเอาจริงเอาจังกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย การลงโทษถูกกระทำความผิด การป้องกันและป้องปรามในพื้นที่ชุมชน หมู่บ้านต่าง ๆ แต่ปัญหาที่เกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีก็ยังไม่ลดลง โดยที่ประชุมมีการรายงานตัวเลขการซื้อขายยาเสพติด (ยาบ้า) ในราคา 5 เม็ด 100 บาท ตกเม็ดละ 20 บาท จึงทำให้ผู้เสพซื้อยาบ้าได้จำนวนมากขึ้น ปัญหาผู้ป่วยจิตเวชจึงเพิ่มสูงขึ้น
แม้ว่าที่ผ่านมาสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเพชรบุรี จะดำเนินโครงการเปิดโอกาสให้ผู้ถูกคุมประพฤติคดียาเสพติดเข้าร่วมกิจกรรมแก้ไขฟื้นฟู และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดโอกาสกระทำผิดซ้ำ เบื้องต้นจัดไป 6 รุ่น ๆ ละ 40 คน รวม 240 คน อยู่ระหว่างดำเนินการอีก 2 รุ่น ในเดือนกรกฎาคม และสิงหาคม ร่วมถึงโครงการป้องกันการเสพซ้ำ กลุ่มเป้าหมาย รุ่นละ 30 คน จำนวน 2 รุ่น ทั้งนี้ในที่ประชุมเสนอว่า ควรจัดตั้งศูนย์ศูนย์บำบัดผู้ป่วยยาเสพติดระดับจังหวัด เพื่อให้ผู้ที่เสพยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการรักษาด้วยระบบสาธารณสุข เพื่อให้ผู้ป่วยติดยาเสพติดไม่กลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก



