วานนี้ (25 มิ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุสลดที่เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤติคลื่นความร้อนใหญ่ที่กำลังแผ่ปกคลุมประเทศฝรั่งเศสและภูมิภาคยุโรป โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเปิดเผยว่า เด็กชายวัย 3 ขวบรายหนึ่งได้เสียชีวิตลงอย่างน่าสลดใจภายในรถยนต์ที่ร้อนระอุในย่านแซงต์-กราเตียง กรุงปารีส

กิแร็ก เลอ บราส์ อัยการผู้ดูแลคดีระบุจากผลการสอบสวนเบื้องต้นว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ผู้เป็นพ่อได้บอกให้ลูกชายไปนอนกลางวัน เด็กจึงได้ปีนเข้าไปในรถ ทว่าเมื่อเข้าไปแล้ว ระบบล็อกรถเพื่อป้องกันเด็กเปิดประตูเองเกิดทำงานโดยอัตโนมัติ ส่งผลให้เด็กติดอยู่ภายในรถ ไม่สามารถออกมาได้ ขณะที่อุณหภูมิภายนอกพุ่งสูงกว่า 30 องศาเซลเซียส

เด็กชายติดอยู่ในรถนานราว 45 นาที ก่อนที่พ่อแม่จะมาพบตัวในสภาพหมดสติ แม้เจ้าหน้าที่กู้ชีพจะพยายามยื้อชีวิตอย่างสุดความสามารถ แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ และประกาศว่าเด็กชายเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความโศกเศร้าอย่างหนักจนทำให้ผู้เป็นแม่เกิดอาการช็อกและต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล

ทั้งนี้ ไม่มีการระบุสาเหตุหรือสภาพแวดล้อมของครอบครัวที่ทำให้เด็กชายไปนอนกลางวันในรถยนต์ส่วนตัว

วันพุธที่ผ่านมาถือเป็นวันที่ร้อนที่สุดของฝรั่งเศสนับตั้งแต่มีการเริ่มบันทึกสถิติในปี 2490 โดยมีจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศถึง 72 จังหวัดที่ต้องประกาศเฝ้าระวังภัยระดับสูง และอีก 17 จังหวัดอยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งตามปกติแล้ว อุณหภูมิเฉลี่ยในเดือนมิถุนายนของกรุงปารีส จะอยู่ระหว่าง 14-22 องศาเซลเซียสเท่านั้น

ทางด้านผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าคลื่นความร้อนในสัปดาห์นี้ อาจมีความรุนแรงและคร่าชีวิตผู้คนได้มากกว่าวิกฤติความร้อนเมื่อปี 2546 ซึ่งครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตทั่วประเทศสูงถึง 15,000 ราย ขณะที่ เอ็มมานูเอล เกรกัวร์ รองนายกเทศมนตรีลำดับที่ 1 ของกรุงปารีส ได้ออกมาเรียกร้องให้ประชาชนดูแลตัวเองอย่างเข้มงวด พร้อมเสริมว่าฝรั่งเศสอาจต้องปรับตัวกลายเป็นประเทศแห่งพัดลมและเครื่องปรับอากาศ เพื่อรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป

นอกจากนี้ ยังมีรายงานเหตุน่าสลดใจในลักษณะเดียวกันที่เมืองการ์ป็องทรา ทางตอนใต้ของประเทศ โดยพบเด็กอีก 2 ราย เสียชีวิตในรถยนต์ของครอบครัว ซึ่งคาดว่าเด็กทั้งสองคลาดสายตาจากมารดาและเข้าไปติดอยู่ในรถ โดยในวันจันทร์ที่ผ่านมา เมืองดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงถึง 38 องเซลเซียส ขณะนี้ อัยการเมืองการ์ป็องทราอยู่ระหว่างการชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด

วิกฤติสภาพอากาศครั้งนี้ ยังส่งผลให้ผู้สูงอายุที่มีอายุระหว่าง 80-95 ปี ในฝรั่งเศส เสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 3 ราย เนื่องจากปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวเนื่องกับอากาศร้อนจัด และมีรายงานผู้จมน้ำเสียชีวิตจากอุบัติเหตุระหว่างเล่นน้ำคลายร้อนอีกอย่างน้อย 48 ราย โดยผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาอธิบายว่า ปรากฏการณ์ “โดมความร้อนเหนือยุโรป” นี้ เกิดจากสภาวะความกดอากาศสูงในชั้นบรรยากาศระดับบนที่เรียกว่า “โอเมกา บล็อก” ซึ่งทำหน้าที่เหมือนฝาชีขนาดใหญ่ที่กักเก็บความร้อนเอาไว้ ไม่ให้ระบายออกไปไหน และยังสกัดกั้นพายุฝนที่จะมาช่วยบรรเทาความร้อนอีกด้วย

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : REUTERS