มรสุมลูกแรก “วิกฤตราคาน้ำมัน” ซึ่งเป็นผลกระทบสืบเนื่องจากสถานการณ์สงครามและความขัดแย้งในต่างประเทศที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวนและพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การสู้รบยังไม่รู้ว่าจะจบวันไหน แต่สิ่งที่ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และเสียงบ่นจากชาวบ้านหนาหูคือ ปรากฏการณ์ “น้ำมันไทยขึ้นเร็ว ลงช้า” ซึ่งสะท้อนถึงโครงสร้างราคาพลังงานและการจัดเก็บภาษี รวมถึงเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่กลายเป็นภาระหนักอึ้งของประชาชน จนกลายเป็นโจทย์ข้อใหญ่ที่รัฐบาลยังไม่สามารถแก้ไขให้เป็นที่พึงพอใจได้
และมรสุมที่รัฐบาลสร้างขึ้น จากการผลักดันโครงการที่ยังมีข้อสงสัยมากมาย ทั้งการผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) ยกระดับการขนส่งทางทะเลของไทย
ไปจนถึงโครงการที่ถูกจับตา และวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักขณะนี้คือ “TH-AI passport” หรือ โครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย
แต่มรสุมเหล่านี้ส่อว่าจะกลายเป็นฝันร้ายทางการเมืองของพรรคแกนนำรัฐบาอย่าง “พรรคภูมิใจไทย” เพราะ กลายเป็น “สายล่อฟ้า” ดึงดูดการตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากสังคมและฝ่ายค้าน คนที่โดนเต็มๆ แทบจะถูกเลาะกระดูกคือ “นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.พลังงาน” และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม”
โดยเฉพาะโครงการ TH-AI passport ถือเป็นแผลสดที่มีการตั้งข้อสังเกตอย่างหนักเกี่ยวกับการ “ล็อกสเปก” ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ถึงกระนั้น กระทรวงดีอี ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะถอย โดยมี “นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย” คอยหนุนหลังและดัน “รัฐมนตรีลูกเทพ” เดินหน้าโครงการนี้ต่อไปอย่างเต็มตัว
ที่กล่าวมายืดยาว ไม่ใช่ว่า จะเอามะพร้าวห้าวมาขายสวน เพียงแต่จะบอกว่า ถ้าเปรียบเวทีมวย มรสุมเหล่านี้ก็เหมือนหมัดแย็บรัฐบาลให้ซวนเซ ยังไม่ทันตั้งหลัก วันที่ 29 มิ.ย.-1 ก.ค.นี้ ก็เปิดสังเวียนพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. … 2570 วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท เหมือนซ้อมย่อยการอภิปรายไม่ไว้วางใจเด็ดหัวรัฐบาล
เพราะพรรคฝ่ายค้าน ตั้งทีมจองกฐินกัน 3 วัน 2 คืน โดยพรรคประชาชนนี่จัดมา 30 คน ทั้ง สส.ตัวเก๋า สส.หน้าใหม่ ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ก็ระดมสมองระดับตำนานฝ่ายค้าน และที่ลืมไม่ได้เลย แม้จะมี 1 คน 1 เสียง คือ หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยภักดี ที่จัดหนักไปก่อนหน้านี้ในเวที ร่าง พ.ร.บ. โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ… ที่ ครม. เสนอ วงเงิน10,328 ล้านบาท แถมวันรุ่งขึ้นยังหอบเอกสารยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สอบฮั้วโครงการ TH-AI passport
บอกเลยงานนี้จัดหนักค่ายน้ำเงินแซ่บลืม ถึงไม่ถูกน็อค เพราะในประวัติไม่เคยมีมาก่อนว่า การร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีจะถูกคว่ำลง แต่เปิดแผลกลัดหนองของรัฐบาล ให้เห็นถึงความไม่ชอบมาพากล แกมขู่สำรับด้วย “เตือนแล้วนะ” ถ้ายัง ใช้งบตามใจฉัน ทำในสิ่งที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย มีติดคุกหัวโตแน่นอน ปรากฎการณ์แบบนี้ใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้นกับรัฐบาลเสียงข้างมากเสียเมื่อไหร่
ดังนั้น หน้ามรสุมแบบนี้ยิ่งต้องระวังฟ้าผ้าเปรี้ยงเข้าให้ เพราะ “การแพ้ภัยตัวเอง” จากปัญหาการทุจริต คอร์รัปชัน และความอวดดีในอำนาจ.



