สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ว่า การขาดดุลงบประมาณในปีนี้ ที่เกิน 7% ของผลผลิตทางเศรษฐกิจ จะทำให้ฮังการีมีแนวโน้มที่จะขาดดุลมากที่สุดในอียู เมื่อเทียบกับการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจล่าสุดของคณะกรรมาธิการยุโรป (อียู) ซึ่งเป็นการคาดการณ์ก่อนการประกาศ ในวันจันทร์ (29 มิ.ย.)
การขาดดุลงบประมาณพุ่งสูงขึ้นในช่วง 4 เดือนแรกของปี โดยมีสาเหตุมาจากการใช้จ่ายก่อนการเลือกตั้ง ภายใต้อดีตผู้นำฝ่ายขวาอย่างนายวิกเตอร์ ออร์บาน ซึ่งพ่ายแพ้ให้กับนายปีเตอร์ มาจาร์ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 12 เม.ย.
การขาดดุลลดลงเล็กน้อยในเดือน พ.ค. หลังจากพุ่งสูงขึ้นในช่วง 4 เดือนแรก
A miniszterelnök szerint a valós költségvetési hiány még az európai uniós források hazahozatalát belekalkulálva is 7 százalék fölött alakulhat.
— 444 (@444hu) June 29, 2026
Cikk a 444-en:https://t.co/0zT5wv29ek pic.twitter.com/OdDHW8Cl5B
มาจาร์ได้บรรลุข้อตกลงทางการเมือง เพื่อขอรับเงินทุนจากสหภาพยุโรปหลายพันล้านยูโร โดยมีข้อผูกมัด ได้แก่ การปราบปรามการทุจริต และยกเลิกการปฏิรูปของออร์บาน ที่ถูกมองว่าทำลายประชาธิปไตย
โดยผู้นำฮังการีกล่าวว่า หากไม่มีข้อตกลงนี้ การขาดดุลงบประมาณในปี 2569 จะเกิน 8% ของผลผลิตทางเศรษฐกิจ โดยเขากล่าวหาออร์บานว่า หลอกลวงประชาชนเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของรัฐ
ทั้งนี้ ทางการฮังการีให้คำมั่นว่า จะนำเสนองบประมาณปีที่ปรับปรุงใหม่ต่อรัฐสภา ภายในสิ้นเดือน ส.ค. หลังการตรวจสอบการเงินสาธารณะแล้ว.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



