ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงแรมอุ่นรักริมโขง อ.เชียงคาน จ.เลย ผศ.สนิท เหลืองบุตรนาค นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเลย เป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนาทางวิชาการและการประชุมที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย (ทปสท.) สมัยสามัญ ประจำปี 2569 ครั้งที่ 2/2569 ประกอบด้วยสภาคณาจารย์และข้าราชการ กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ 38 แห่ง กลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 9 แห่ง และสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน 1 แห่ง รวมทั้งสิ้น 48 แห่ง

ผศ.ดร.พิชิต พระพินิจ ประธานที่ประชุมสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย (ทปสท.)กล่าวรายงานว่า ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 มาตรา 24 (2) และพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. 2548 รวมทั้งพระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีประทุมวัน พ.ศ.2548 มาตรา 23 (2) มีเจตนารมณ์ในการจัดตั้งสภาคณาจารย์และข้าราชการ เพื่อร่วมมือกันเป็นเครือข่ายที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย (ทปสท.) ประกอบกับมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 มีมติเห็นชอบให้จัดโครงการสัมมนาทางวิชาการและการประชุมการสัมมนาทางวิชาการและการประชุมที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย (ทปสท.) สมัยสามัญ ประจำปี 2569 ครั้งที่ 2/2569 ในวันที่ 29-30 มิถุนายน พ.ศ. 2569

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสัมมนาทางวิชาการในการยกระดับความร่วมมือในการพัฒนาอุดมศึกษา ในมิติต่าง ๆ ของกลุ่มสภาคณาจารย์และข้าราชการ ในมหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ประชุมระดมความคิดเห็นในการจัดทำแผนและข้อเสนอเชิงนโยบาย ต่อมหาวิทยาลัย และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประชุมสมัยสามัญประจำปีที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย ผู้เข้าร่วมสัมมนาทางวิชาการและการประชุมฯ จำนวนทั้งสิ้น 77 คน

ผศ.สนิท เหลืองบุตรนาค นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเลย อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏเลยบรรยายพิเศษว่าด้วย ปัญหาความเหลื่อมล้ำของอาจารย์ในมหาวิทยาลัย เป็นวิกฤตเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความก้าวหน้าในสายอาชีพ โดยเฉพาะช่องว่างระหว่างอาจารย์ประจำ (พนักงานมหาวิทยาลัย/ข้าราชการ) กับอาจารย์พิเศษ รวมถึงความแตกต่างด้านงบประมาณระหว่างมหาวิทยาลัยชั้นนำและมหาวิทยาลัยขนาดเล็กหรือภูมิภาค อาจารย์ที่ไม่มีสัญญาจ้างระยะยาว มักได้รับค่าตอบแทนเป็นรายชั่วโมง ไม่มีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล หรือโบนัส ซึ่งต่างจากพนักงานประจำหรือข้าราชการบำนาญ การปรับขึ้นเงินเดือนและสวัสดิการของอาจารย์สายวิชาการในหลายสถาบันยังล่าช้า

ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยขนาดใหญ่หรือมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ มักมีความคล่องตัวในการหารายได้ และให้ค่าตอบแทนอาจารย์ได้สูงกว่ามหาวิทยาลัยภูมิภาคหรือสถาบันขนาดเล็ก เครือข่ายบุคลากรในมหาวิทยาลัย มีการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเยียวยาและปรับฐานเงินเดือน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำมาอย่างต่อเนื่อง

ในอนาคตอันใกล้นี้ ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย (ทปสท.) เร่งหาพันธมิตรกับ เครือข่ายองค์กรบุคลากรทางการศึกษา เพื่อขับเคลื่อนการคุ้มครองสิทธิ สวัสดิการ และสวัสดิภาพของบุคลากรสายวิชาการ และสายสนับสนุนในสถาบันอุดมศึกษา รวมถึงความร่วมมือด้านงานวิจัย มีเป้าหมายในการทำงานร่วมกับพันธมิตร เพื่อผลักดันร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ตลอดจน ตรวจสอบและถ่วงดุลหลักธรรมาภิบาล ภายในมหาวิทยาลัย เพื่อยกระดับความมั่นคงในอาชีพและการกระจายสิทธิประโยชน์ที่เท่าเทียมของบุคลากรทั่วประเทศ