ตลาดรถยนต์เดือนพ.ค. ยอดขาย 57,765 คัน เพิ่มขึ้น 10.60% โตโยต้ายอดขายสะสมรวม 99,130 คัน เติบโต 4.59% ยอดขายตลาดรถยนต์สะสมห้าเดือนแรก มียอดขาย 288,242 คัน เพิ่มขึ้น 14.10% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน รถยนต์นั่งและรถยนต์ SUV ยอดขาย 197,935 คัน  เพิ่มขึ้น 21.62% จากปีที่ผ่านมา รถกระบะ ยอดขาย 59,265 คัน ลดลง 5.13% จากปีที่ผ่านมา รถกระบะไฟฟ้ายอดขาย 695 คัน เพิ่มขึ้น 168.34% จากปีที่ผ่าน รถ PPV  ยอดขาย 17,910 คัน เพิ่มขึ้น 16.56% จากปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ตลาดรถยนต์เดือนพ.ค. ยอดขายตลาดรวม 57,765 คัน เพิ่มขึ้น 10.60%  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา รถยนต์นั่งและรถยนต์ SUV  ยอดขาย 40,907 คัน  เพิ่มขึ้น 15.04% จากปีที่ผ่านมา  รถกระบะ ยอดขาย 11,171 คัน เพิ่มขึ้น 0.21% จากปีที่ผ่านมา รถกระบะไฟฟ้า (BEV) ยอดขาย 201 คัน เพิ่มขึ้น 133.72% จากปีที่ผ่านมา รถ PPV  ยอดขาย 3,164 คัน เพิ่มขึ้น 2.10% จากปีที่ผ่านมา

โตโยต้า มียอดขายสะสมห้าเดือนแรก 99,130 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดที่ 34.39% เติบโต 4.59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา นำโดย Pure Pick Up (Hilux Travo, Revo และ Champ) มียอดขาย 31,521 คัน เติบโต 7.60% จากปีที่ผ่านมา และ Eco Segment (Yaris และ Yaris ATIV)  มียอดขาย 29,918 คัน เติบโต 26.13% จากปีที่ผ่านมา

โตโยต้า ในเดือนพ.ค. มียอดขาย 19,950 คัน เพิ่มขึ้น 3.90% จากปีที่ผ่านมา นำโดยรถยนต์กลุ่ม Pure Pick up มียอดขาย 6,327 คัน เพิ่มขึ้น 13.98% จากปีที่ผ่านมา และ รถ PPV มียอดขาย 1,577 คัน เพิ่มขึ้น 21.21% จากปีที่ผ่านมา

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดรถยนต์เดือนมิ.ย.คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยตามดัชนีทางฤดูกาล และราคาน้ำมันมีแนวโน้มลดลงกลับมาอยู่ระดับเดียวกันกับช่วงก่อนสงคราม หากแต่ผู้บริโภคยังคงกังวลกับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่แน่นอน ส่งผลให้ภาคประชาชนอาจจะระมัดระวังการใช้จ่ายและชะลอการตัดสินใจซื้อ

สำหรับโตโยต้า ยังคงรักษาความเป็นผู้นำได้อย่างแข็งแกร่งในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ด้วยส่วนแบ่งตลาดที่ 34.39% ตลาดรวมในกลุ่ม Pure Pick up จะมีแนวโน้มชะลอตัว แต่ Toyota Hilux สามารถคงครองตำแหน่งผู้นำด้วยยอดขายเฉลี่ย 6,300 คันต่อเดือน นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา นอกจากนี้กลุ่ม Eco Segment มีสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจน โดย Yaris ATIV รุ่นที่ทำยอดขายสูงสุดในกลุ่มนี้ของโตโยต้า ทำยอดขายเฉลี่ยสูงถึง 6,000 คันต่อเดือน

ในช่วงเดือนม.ค.–พ.ค.ที่ผ่านมา สำหรับกลุ่มรถยนต์นั่ง และรถยนต์ SUV มีทิศทางฟื้นตัวเช่นเดียวกัน ด้วยผลิตภัณฑ์หลักอย่าง Yaris Cross ที่ทำยอดขายเฉลี่ย 2,900 คันต่อเดือน และ Corolla Cross ที่ทำยอดขายเฉลี่ย 1,400 คันต่อเดือน ในช่วงเดือนมกราคม–พฤษภาคมที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงการตอบรับที่ดีจากตลาด และรักษาแรงขับเคลื่อนได้อย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ตอกย้ำว่าลูกค้าส่วนใหญ่ยังให้ความเชื่อมั่นในโตโยต้า ทำให้สามารถรักษาสถานะผู้นำในตลาดรถยนต์ไทยได้อย่างมั่นคง”