เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2569 ฝ่ายปกครองตำบลทุ่งนนทรี อ.เขาสมิง จ.ตราด รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในซอยนาคประสิทธิ์ หมู่ 9 ต.ทุ่งนนทรี จึงได้ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาสมิง พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ และอาสากู้ภัยสว่างบุญช่วยเขตเขาสมิง เร่งเดินทางไปให้การช่วยเหลือ เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงจุดเกิดเหตุกลับไม่พบทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้ก่อเหตุ

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของบ้านหลังหนึ่งในบริเวณดังกล่าว สามารถบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ได้อย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นจนจบ โดยเหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นขณะที่นายบุญอยู่ อายุประมาณ 61 ปี ผู้บาดเจ็บ กำลังเดินออกกำลังกายซึ่งเป็นการมาเดินออกกำลังกายวันแรก จากนั้นมี นายมอส (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 32 ปี ผู้ก่อเหตุ ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ ทะเบียน ตราด เข้ามาประกบ ก่อนเดินลงจากรถมามีปากเสียงกันเล็กน้อยจนลุกลามบานปลายไปสู่การชกต่อย


จากนั้นนายบุญอยู่ สู้ไม่ได้จึงพยายามคว้าไม้จากกองไม้บริเวณนั้นมาเพื่อป้องกันตัว แต่ก็สู้แรงไม่ไหวเนื่องจากนายมอส เป็นคนรูปร่างอ้วนใหญ่ จึงถูกนายมอส แย่งไม้ไปได้ ก่อนที่ใช้ไม้ตีเข้าที่ศีรษะของนายบุญอยู่ จนล้มลง ท่ามกลางความตกใจของชาวบ้านที่พยายามเข้าไปห้ามปรามแต่ก็ไม่เป็นผล
ความรุนแรงยังไม่จบเพียงเท่านั้น นายมอส ยังได้หยิบด้ามไม้กวาดจากกองไม้มาฟาดซ้ำอีกหลายครั้งแล้วขี่รถออกไปจากจุดเกิดเหตุ เพียงไม่นานนายมอส ก็ขี่รถวนกลับมาอีกรอบ คราวนี้ได้ใช้ท่อนไม้ไผ่กระหน่ำตีไปที่ศีรษะของนายบุญ อยู่อีกหลายครั้งจนร่างของนายบุญอยู่ นอนแน่นิ่งไป


จากนั้นนายมอสจึงขี่รถกลับไปที่สวนของตนเองเพื่อเปลี่ยนเอารถจักรยานยนต์พ่วงข้าง (รถซาเล้ง) สีน้ำเงิน กลับมายังจุดเกิดเหตุ แล้วทำการลากร่างของนายบุญ อยู่ขึ้นรถซาเล้งพาหลบหนีไปที่สวนทุเรียนของตนเองจนหายตัวไปด้วยกันทั้งคู่
หลังจากทราบเส้นทางการหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามไปยังสวนของนายมอส ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุออกไปประมาณ 750 เมตร จากการตรวจสอบบริเวณท้ายสวน เจ้าหน้าที่พบเพียงกองเลือดจำนวนหนึ่ง พร้อมกับอาวุธปืนสั้น 1 กระบอก และอาวุธปืนลูกซองอีก 1 กระบอก วางคู่กันอยู่ แต่ไร้ร่องรอยของผู้ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงสันนิษฐานว่า นายมอสน่าจะโยนร่างของนายบุญอยู่ทิ้งลงในสระน้ำที่อยู่บริเวณท้ายสวน จึงได้ประสานงานให้ชุดประดาน้ำของอาสากู้ภัยเข้ามาดำเนินการงมค้นหาร่างของนายบุญอยู่ภายในสระน้ำดังกล่าว


ขณะเดียวกัน ร.ต.อ.ปรัชญา พิณรัตน์ ร้อยเวร สภ.เขาสมิง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เขาสมิง ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและเก็บรวบรวมอาวุธปืนทั้งสองกระบอกไว้เป็นหลักฐานสำคัญ พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองได้สนธิกำลังกันออกติดตามไล่ล่าตัวนายมอสอย่างกระชั้นชิด ปูพรมค้นหาในพื้นที่ตำบลทุ่งนนทรี ตำบลห้วยแร้ง ตำบลวังตะเคียน และตำบลใกล้เคียงที่คาดว่าจะเป็นเส้นทางหลบหนี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ข้อมูลจากประชาชนว่า รถซาเล้งคันที่ใช้ก่อเหตุอยู่ในสภาพประสบอุบัติเหตุชนเข้ากับกองขยะ บริเวณพื้นที่อ่างเก็บน้ำตาโหน ต.ห้วยแร้ง อ.เมือง จ.ตราด แต่เมื่อเข้าทำการตรวจสอบก็ยังคงไม่พบตัวนายมอสและรถซาเล้งแต่อย่างใด


ทางด้านผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ได้พยายามขอสัมภาษณ์ชาวบ้านและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ แต่กลับไม่มีใครกล้าให้ข้อมูลหรือเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเลย เนื่องจากทุกคนต่างมีความหวาดกลัวและเกรงว่านายมอสจะย้อนกลับมาทำร้ายร่างกายเหมือนที่ทำกับนายบุญอยู่
ทั้งนี้ จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เขาสมิง และคำให้การของประชาชนในพื้นที่ ต่างให้ข้อมูลที่สอดคล้องกันว่า นายมอส มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและมักจะเสพยาอยู่เป็นประจำ และถูกจับบ่อยครั้ง จึงคาดการณ์ว่าสาเหตุหลักของการก่อเหตุทำร้ายร่างกายอย่างอุกอาจในครั้งนี้น่าจะมาจากอาการหลอนหรือคลุ้มคลั่งจากการเสพยาเสพติด เนื่องจากที่ผ่านมานายมอส มีพฤติกรรมเสพยาเสพติดและเข้ารับการบำบัดหลายครั้งแล้ว


อย่างไรก็ตาม เวลา 21.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยอยู่ระหว่างการงมหาร่างนายบุญอยู่ และอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมนายมอสอย่างต่อเนื่อง


ล่าสุดเวลา 23.05 น. วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ตำรวจชุดสืบสืบสวนภูธรจังหวัดตราดตำรวจชุดสืบสวน สภ เมืองตราด นำกำลังเข้าจับกุม นายมอส ได้ที่บ้านพักใกล้เคียงวัดบำโรณ ต.เขาสมิง อ.เมือง จ.ตราด พาตัวมายังห้องสืบสวนสภ. เขาสมิง เพื่อทำการสอบปากคำ โดยสอบปากคำนานกว่า 1 ชม. ก็ยังไม่ยอมบอก ว่านำร่างนายบุญอยู่ ไปไว้ที่ไหน อ้างเพียงว่าหนีลงจากซาเล้งไปเอง และพูดจาวนไปวนมา ถึงแม้ว่าตำรวจจะให้แม่และรู้จักเกลี่ยกล่อมแล้วก็ตาม ส่วนรถซาเล้งนายมอส ก็ไม่บอกว่าทิ้งไว้จุดไหน

จากนั้น เวลา 00.10 น. พล.ต.ต.ชูเกียรติ ภูกาบพลอย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตราด สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนเข้าค้นหาที่สวนทุเรียนนายมอส อีกครั้ง รัศมี 500 เมตร โดยขอกำลังสนับสนุนจากกู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือ จ.ตราด ร่วมค้นหา โดยการค้นหาเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากมีฝนตกลงมาตลอดเวลา และจุดเกิดเหตุเป็นทึ่มืด ผ่านไปกว่า 1 ชม. ยังคงไร้ร่องรอย



