เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 69 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท วาระแรก เป็นวันที่ 3 

น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า แม้ในงบรายจ่ายปี 2570 จะตัดงบกลุ่มจังหวัดและจังหวัด แต่ในส่วนท้องถิ่นยังได้งบเท่าเดิมคือ 29.35% ห่างไกลเป้าหมาย 35% ควรจัดสรรงบให้มากกว่านี้ หรือปลดล็อกกฎหมายกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น รวมถึงการปฏิรูปโครงสร้างท้องถิ่น ปัจจุบันมีองค์กรปกครองท้องถิ่น 7,000 แห่ง บุคลากรไม่พอทำงาน และมีปัญหาการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ามาทำงาน

“เดิมให้ท้องถิ่นเป็นผู้จัดสอบเอง แต่ขณะนี้ส่วนกลางดึงมาเป็นคนจัดสอบเองตามคำสั่ง คสช. อ้างหากให้ท้องถิ่นจัดสอบจะมีระบบอุปถัมภ์ เรียกผลประโยชน์ เชื่อว่าส่วนกลางเป็นคนดี ไม่โกง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้คือมีการทุจริตสอบเข้าท้องถิ่นที่จัดโดยส่วนกลาง ควรให้ท้องถิ่นกลับมาเป็นผู้จัดสอบ ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ให้ส่วนกลางเป็นคนจัดสอบท้องถิ่น เพื่อประสิทธิภาพการหาบุคลากรตามที่ท้องถิ่นต้องการ”

น.ส.ภคมน กล่าวว่า ความตลกร้ายของการทุจริตสอบเข้าท้องถิ่นรอบนี้คือ โรงงานที่พิมพ์ข้อสอบเป็นโรงงานเดียวกับที่พิมพ์บัตรเลือกตั้ง การทุจริตที่เกิดขึ้น เกิดจากการฮั้วกันของผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง ในทีโออาร์มีหลายจุดที่น่าตั้งคำถาม มีการไปนำไฟล์กระดาษคำตอบออกมาได้อย่างไร ทั้งที่ควรถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัย และยังพบว่า แก๊งทุจริตครอบครองเอกสารเฉลยคำตอบ เหตุใดเฉลยคำตอบหลุดออกมา เป็นไปได้ว่า ใบเฉลยรั่วตั้งแต่ตอนออกข้อสอบ

ไม่รู้ว่ามีตัวแทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) หรือภาคีเครือข่าย เช่น ป.ป.ช. ป.ป.ท. หรือหน่วยงานต่างๆ ไปร่วมสังเกตการณ์ขั้นตอนตั้งแต่การออกข้อสอบไปจนสิ้นสุดกระบวนการตามเงื่อนไขในทีโออาร์หรือไม่ ในทีโออาร์ระบุถึงเรื่องความปลอดภัยในการออกข้อสอบ ให้เจ้าหน้าที่ สถ. เป็นผู้ควบคุมการเข้าออกของผู้ปฏิบัติงานด้วยระบบยืนยันตัวตน ดังนั้นเจ้าหน้าที่ สถ. เป็นผู้ดูแลการเข้าออกของบุคคลในกระบวนการทั้งหมด จึงอดสงสัยไม่ได้ การทุจริตครั้งนี้ทำกันเป็นระบบ ประชาชนรู้ว่า แกนนำพรรคภูมิใจไทยมีความสัมพันธ์อันดีกับระบบราชการมาตลอด ดังนั้นการกระจายอำนาจจึงเป็นบททดสอบสำคัญ หากรัฐบาลยังอุ้มชูระบบส่วนกลาง จะไม่สามารถตอบข้อครหาประชาชนได้”