จากกรณีมีการรายงานข่าวว่าเมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 2 ก.ค.69 เจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 4 พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ตร.ชุดสืบสวน สภ.เชียงคาน ตร.ชุดสืบสวน สภ.เอราวัณ และ ตร.ชุดสืบสวน ภาค 4 ระดมเจ้าหน้าที่ออกติดตามบุคคลที่ส่งพัสดุไปให้ น.ส.มีนา (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด ซึ่งถูกควบคุมตัวโดยตำรวจออสเตรเลีย ณ ท่าอากาศยานเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.69 หลังเจ้าหน้าที่ตรวจพบพัสดุซึ่งเป็นกระเป๋าผ้าปักลายช้างไทย (สินค้า OTOP) จำนวน 2 ใบ มีการซุกซ่อนเฮโรอีนประมาณ 1 กิโลกรัม โดยตำรวจชุดสืบสวน สภ.เชียงคาน ได้ติดตามไปที่บ้านพักหลังหนึ่งใน ต.ธาตุ อ.เชียงคาน จ.เลย หลังสืบทราบว่า นายอาทิตย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี และนางทัดสะพอน (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นสามีภรรยา พักอาศัยอยู่ที่ หมู่ 5 ต.ปากตม อ.เชียงคาน จ.เลย แต่ไม่พบตัว จึงทราบว่าไปรับจ้างกรีดยางในพื้นที่อำเภอเอราวัณ ตำรวจจึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. จร.ชุดสืบสวน ภ.จว.เลย จนทราบว่า นายอาทิตย์ ทำงานก่อสร้างอยู่บนหลังคาที่วัดถ้ำผาหมากฮ่อ ต.ศรีสงคราม อ.วังสะพุง จ.เลย และนำตัวมาสอบที่ สภ.เอราวัณ จากการสอบเบื้องต้นทราบว่านายอาทิตย์ รับจ้างส่งพัสดุมาแล้ว 6 ครั้ง โดยเป็นการส่งไปที่กรุงเทพฯ และเป็นการนำส่งพัสดุที่ร้านรับส่งพัสดุรายหนึ่งใน อ.เชียงคาน จำนวน 3 ครั้ง และนำส่งที่บ้านธาตุ ต.ธาตุ อ.เชียงคาน จำนวน 2 ครั้ง และที่ อ.เอราวัณ จำนวน 1 ครั้ง โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 8,000 บาท จากชาว สปป.ลาว ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.69 ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถคุมตัวนางทัดสะพอน อายุ 42 ปี (ชาวลาว) ภรรยาของนายอาทิตย์ หลังขับรถกระบะมาจอดที่สวนยางในพื้นที่ผานาง-ผาเกิ้ง ต.ผาอินทร์แปลง อ.เอราวัณ โดยเบื้องต้นให้การว่าไม่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบปากคำสองสามีภรรยา โดยยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
จับผัวไทย-เมียลาวต้องสงสัยส่งพัสดุโยงคดีแอร์สาว รับขน 6 ครั้งส่งกทม. คนจ้างเป็นชาวลาว
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 2 ก.ค. น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และในฐานะโฆษก ป.ป.ส. เปิดเผยว่า สำหรับกรณีของสองสามีภรรยาคู่นี้ ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ป.ป.ส. ได้มีการขยายผลติดตามมาอย่างต่อเนื่องตลอด 2 ปี เพราะพบข้อมูลว่าทั้งคู่เป็นหนึ่งในเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ โดยมีหน้าที่บรรจุหีบห่อพัสดุภัณฑ์ซึ่งรับมาจาก สปป.ลาว แล้วนำส่งบริษัทขนส่งในร้านส่งพัสดุพื้นที่ตัวเอง ไปยังที่อยู่ผู้รับส่งปลายทาง
อย่างไรก็ตาม พฤติการณ์ทางคดีสำหรับขบวนการเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ที่สำนักงาน ป.ป.ส. ได้มีการแถลงไปเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมานั้น มักจะมีการนำยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามายังพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ด้วยการซุกซ่อนผ่านกระเป๋าผ้า เสื้อผ้า ผ้าไหม เป็นต้น จึงทำให้เราต้องย้อนกลับไปตรวจสอบว่าสินค้าเหล่านี้มาจากไหน และจึงพบว่ามันล้วนมาจากที่พักอาศัยของสองสามีภรรยาคู่นี้ในจังหวัดเลย รวมทั้งขบวนการนี้จะมีการตัดตอนเส้นทางการลำเลียง มีการแบ่งหน้าที่กันทำเพื่ออำพรางตบตาเจ้าหน้าที่ไม่ให้ถูกจับได้ อย่างเช่น มีการแบ่งเป็นคนนำเข้าสินค้า คนเย็บบรรจุสินค้า คนหิ้วสินค้า ซึ่งแม้จะกล่าวอ้างว่าเป็นการส่งพัสดุทางไปรษณีย์เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการลักลอบส่งยาเสพติด แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ จึงมีความจำเป็นต้องควบคุมตัวสองสามีภรรยาคู่นี้เพื่อทำการสอบสวนปากคำและขยายผล อย่างไรก็ดี ตอนนี้ยังไม่สามารถสรุปผลได้ทันทีว่าสองสามีภรรยาคู่นี้ จะเกี่ยวข้องกับกล่องพัสดุซุกซ่อนยาเสพติดเฮโรอีนปริมาณ 1 กิโลกรัม ที่มีไรเดอร์ผู้ชายนำส่งไปให้ น.ส.มีนา ยังคอนโดมิเนียมย่านบางนา เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.69 หรือไม่ อย่างไร
น.ส.อารีภักดิ์ เผยอีกว่า สำหรับกระเป๋าผ้าต่างๆ ที่พบ ส่วนใหญ่แล้วมีการทำสำเร็จรูปส่งมาจาก สปป.ลาว แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่าถ้าหากเป็นชาวลาวเป็นคนทำ เหตุใดจึงมีการปักพยัญชนะภาษาอังกฤษคำว่า “THAILAND” เช่นนั้น จึงไม่สามารถตอบได้ว่าสินค้าไทยหลายรายการที่ถูกกลุ่มเครือข่ายนักค้ายาเสพติดข้าม นำไปซุกซ่อนยาเสพติดและนำส่งประเทศปลายทางที่สามนั้น ได้มีการยัดไส้ยาเสพติดใส่ในวัสดุนั้น ๆ มาตั้งแต่ประเทศเพื่อนบ้าน หรือมีการยัดไส้ทำในประเทศไทย ขณะนี้ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะต้องนำตัวสามีภรรยาเข้ามาสอบปากคำขยายผลที่สำนักงาน ป.ป.ส.(ดินแดง) แต่อย่างใด เพราะยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบปากคำของเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดเลย และ ปปส.ภาค 4 .



