วันที่ 5 ก.ค.69 เวลา 14.10 น. สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการแข่งขันกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ ประจำปี 2569 (Queen’s Cup Thailand Championship) และพระราชทานถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศการแข่งขัน ฯ กับทอดพระเนตรการฝึกซ้อมของนักกอล์ฟเยาวชน นักกอล์ฟอาชีพ นักกอล์ฟอาชีพสตรี รวมถึงเทคโนโลยีการพัฒนากอล์ฟไทย สู่ความเป็นเลิศ เพื่อก้าวต่อไปในเวทีระดับโลก ณ สนามกอล์ฟ ริเวอร์เดล กอล์ฟ คลับ อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี โดยมี นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายพงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ นายกสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย คณะกรรมการสมาคม ฯ และคณะผู้บริหารสมาคมกอล์ฟ ริเวอร์เดล ฯ เฝ้าฯ รับเสด็จ
จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังพลับพลาที่ประทับบริเวณกรีนหลุม 18 พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายกสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย เฝ้าฯ กราบบังคมทูลรายงานเกี่ยวกับการจัดการแข่งขัน ฯ และกราบบังคมทูลเชิญทอดพระเนตรการแข่งขันกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ ประจำปี 2569 (Queen’s Cup Thailand Championship) การนี้ทรงฉายพระรูปร่วมกับโปรกอล์ฟ และคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ด้วยความเรียบง่าย และอบอุ่น ทรงความประทับใจให้แก่ผู้มาร่วมในพิธีอย่างหาที่สุดมิได้

เสร็จแล้ว เสด็จออกจากพลับพลาที่ประทับ แล้วประทับรถไฟฟ้าพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังแท่นทีออฟ หลุมที่ 18 ทอดพระเนตรการแข่งขันกอล์ฟกลุ่มผู้นำ เมื่อจบการแข่งขัน ฯ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ผู้แทนสมาคม ฯ ผู้แทนสนาม และผู้ให้การสนับสนุนการแข่งขัน ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานธงประจำการแข่งขัน และพระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายเอกปริษฐ์ หวู่ นักกอล์ฟเชื้อชาติ ไทย-ไต้หวัน อายุ 26 ปี ผู้ชนะเลิศการแข่งขัน ฯ ด้วยคะแนน 23 อันเดอร์พาร์ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานถ้วยรางวัล โดยการแข่งขันกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ ประจำปี 2569 (Queen’s Cup Thailand Championship) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-5 กรกฎาคม 2569 ณ สนามกอล์ฟ ริเวอร์เดล กอล์ฟ คลับ อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี เป็นการจัดการแข่งขันกีฬากอล์ฟอาชีพ เพื่อพัฒนาศักยภาพนักกอล์ฟไทยให้สามารถแข่งขันและสร้างผลงานในระดับสากล เพิ่มโอกาสการแข่งขัน และยกระดับมาตรฐานการจัดการแข่งขันกีฬากอล์ฟของประเทศไทยให้ทัดเทียมกับระดับสากล ซึ่งสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย ได้เตรียมความพร้อมในทุกด้านของการแข่งขัน ฯ ในครั้งนี้ โดยมีนักกีฬากอล์ฟผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมการแข่งขัน ฯ กว่า 300 คนและผ่านคัดเลือกจนผ่านเข้ารอบสุดท้าย จำนวน 144 คน
ซึ่งการแข่งขันรอบทัวร์นาเมนต์ ผู้แข่งขันไม่เกิน 144 คน แข่งขันแบบสโตรกเพลย์ 72 หลุม โดยจะมีการตัดตัวหลังจบการแข่งขัน 36 หลุม นักกอล์ฟอาชีพที่มีคะแนนรวมอยู่ในอันดับ 60 และเสมอ จะได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันใน 36 หลุมสุดท้าย โดยผู้ที่มีคะแนนเสียน้อยที่สุดจะเป็นผู้ชนะการแข่งขัน ต่อจากนั้น ประทับรถไฟฟ้าพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังออลไทยแลนด์ กอล์ฟ เซ็นเตอร์ ทอดพระเนตรการฝึกซ้อมเทคนิคการพัตต์ระยะไกลและระยะสั้นของนักกอล์ฟเยาวชน ณ บริเวณกรีนซ้อมพัตต์

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังห้อง “ไฮ เพอร์ฟอร์มานซ์ เซนเตอร์” (High Performance Center) ชั้น 1 ทอดพระเนตรการวิเคราะห์วงสวิงของนักกอล์ฟอาชีพสตรี การฝึกซ้อมวงสวิงในระยะต่าง ๆ ของนักกอล์ฟทีมชาติ ณ ช่องไดร์ฟกอล์ฟ แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปยังห้อง “ไฮ เพอร์ฟอร์มานซ์ เซนเตอร์” (High Performance Center) ชั้น 2 ทอดพระเนตรการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของนักกอล์ฟอาชีพสตรี ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ
การแข่งขันกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ ประจำปี 2569 (Queen’s Cup Thailand Championship) จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ที่ทรงสนพระราชหฤทัยและพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณกับนักกีฬาประเภทต่าง ๆ มาโดยตลอด อีกทั้งยังทรงพระปรีชาสามารถในกีฬาหลากหลายประเภทเป็นที่ประจักษ์แก่พสกนิกรชาวไทยและในระดับสากล ดังนั้นถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศและความสำเร็จที่นักกอล์ฟไทยต่างใฝ่ฝันจะได้ครอบครองสักครั้งในชีวิต สะท้อนถึงความทุ่มเทและความมานะพยายามตลอดเส้นทางนักกอล์ฟอาชีพ พระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้นับเป็นขวัญกำลังใจอันยิ่งใหญ่แก่เหล่านักกอล์ฟอาชีพ นักกีฬาทีมชาติ เยาวชน บุคลากรในวงการกีฬา ตลอดจนทุกภาคส่วนที่ร่วมกันพัฒนาวงการกอล์ฟไทย และเป็นพลังสำคัญที่ผลักดันให้นักกอล์ฟไทยมุ่งมั่นพัฒนาตนเอง เพื่อก้าวสู่มาตรฐานที่สูงขึ้นทั้งในประเทศและเวทีนานาชาติ

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทยเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการแข่งขันและพัฒนานักกอล์ฟไทยอย่างต่อเนื่อง จนมีนักกอล์ฟไทยหลายคนก้าวไปสร้างผลงานในเวทีนานาชาติ ทั้งเอเชียนทัวร์ ดีพี เวิลด์ ทัวร์ พีจีเอทัวร์ และโอลิมปิกเกมส์ ความสำเร็จของวงการกอล์ฟไทยไม่ได้เกิดขึ้นจากการแข่งขันของนักกอล์ฟอาชีพเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยการสร้างแรงบันดาลใจและการเปิดโอกาสให้กับเยาวชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของวงการในอนาคต
ด้วยเหตุนี้ “Queen’s Cup Thailand Championship” จึงไม่ได้เป็นเพียงเวทีแข่งขันเพื่อค้นหาแชมป์เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้สัมผัสการแข่งขันระดับประเทศอย่างใกล้ชิด ได้พบปะนักกอล์ฟอาชีพ เรียนรู้แนวคิด วิธีการเตรียมตัว และมาตรฐานของการแข่งขันระดับสูง เพื่อจุดประกายความฝันและสร้างแรงบันดาลใจในการก้าวสู่เส้นทางนักกอล์ฟอาชีพ



