เมื่อวันที่ 6 ก.ค. พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. สั่งการ พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. นำกำลังเจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ปคบ. บูรณาการกำลังร่วมกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพัก 2 แห่ง ในพื้นที่ย่านบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 1 จุด และในพื้นที่ ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 1 จุด หลังทราบว่า สถานที่ทั้ง 2 แห่ง มีการลักลอบใช้เป็นสถานที่ให้บริการของหมอเถื่อนรับจ้างฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ เสริมความงามโดยไม่ได้รับอนุญาต

จากการเข้าตรวจค้นสถานที่ทั้งสองแห่ง พบเป็นบ้านพักอยู่อาศัย แต่ภายในกลับดัดแปลงใช้เป็นสถานพยาบาลเสริมความงามชั่วคราว โดยมี น.ส.ธัญญาธร (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี และ น.ส.นวพร (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ตั้งตัวเป็นหมอเถื่อน รับจ้างให้บริการฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ หรือฉีดยาบำรุงผิว โดยที่ไม่ได้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือเป็นแพทย์ แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมตัวหมอเถื่อนทั้ง 2 รายนี้ พร้อมตรวจยึดอุปกรณ์เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ รวมถึงยาบำรุงผิวที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรายาไว้เป็นของกลางจำนวนมาก

ทั้งนี้จากการสอบสวน น.ส.ธัญญาธร หมอเถื่อน เจ้าของบ้านพักย่านบึงกุ่ม ให้การรับสารภาพว่า เดิมทีตนเองจบการศึกษาระดับ ปวช. แต่เนื่องจากเคยทำงานตามคลินิกและสถานพยาบาลเสริมความงามต่างๆ มานานประมาณ 6-7 ปี จึงพอมีความรู้เรื่องฉีดยาบำรุงผิว ก่อนผันมาตั้งตัวเป็นหมอเถื่อน โดยการโฆษณาหาลูกค้าผ่านเฟซบุ๊ก ด้วยการจัดโปรโมชั่น รับฉีดครบวงจร ราคาเริ่มต้น 790 บาท ถึง 4,990 บาท ทำมาแล้วกว่า 2 ปี มีลูกค้ามารับบริการวันละประมาณ 2-5 คน รายได้ต่อเดือนประมาณ 100,000-120,000 บาท ส่วนยาที่นำมาใช้ สั่งซื้อมาจากแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ

ขณะที่การสอบปากคำ น.ส.นวพร ผู้ต้องหาหมอเถื่อนอีกรายที่ถูกจับกุมในบ้านพักย่านสำโรงเหนือ ยอมรับว่า ตนเองไม่ได้เป็นแพทย์ และจบการศึกษาเพียงแค่ชั้น ม.6 อาศัยความรู้และประสบการณ์จากการเคยทำงานตามคลินิก สถานพยาบาลเสริมความงามอยู่หลายปี ผันตัวมาลักลอบรับฉีดยาบำรุงผิวให้ลูกค้าเอง โดยช่วงแรกลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อน ก่อนจะบอกต่อกันในกลุ่ม จนทำให้มีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น ส่วนอัตราค่าบริการจะอยู่ที่ 1,000-5,000 บาท ทำมาแล้วประมาณ 2 ปี มีรายได้ต่อเดือน ประมาณ 30,000 บาท

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา ในความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ฐาน “ปล่อยปละละเลยให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพทำการประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล” ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.