พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลโท ปณต แสงเทียน รองอธิบดีกรมบังคับการสำนักพระราชวัง เชิญดอกไม้ธูปเทียน น้ำสรง พุ่มบัว ผ้าไตร และเครื่องไทยธรรม พระราชทานมาถวายแด่ พระพรหมวชิรมงคล (ลือชัย คุณวุฑฺฒเถร ป.ธ.๗) เจ้าอาวาสวัดราชาธิวาสวิหาร เนื่องในโอกาสอายุวัฒนมงคลครบ 8 รอบ 96 ปี ณ ศาลาการเปรียญ วัดราชาธิวาสวิหาร เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา

ในการนี้ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดให้ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม เลขาธิการคณะธรรมยุต เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช อัญเชิญน้ำสรง เพื่อสรงถวาย พระพรหมวชิรมงคล ด้วย

ทั้งนี้ พระพรหมวชิรมงคล มีนามเดิม ลือชัย ไสยวรรณโณ เกิดเมื่อวันที่ 7 ก.ค.2473 ที่บ้านทำนบ ต.ทำนบ อ.เมือง จ.สงขลา เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 5 ก.ค.2493 ที่วัดห้วยพุด ต.รำแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา มีพระครูโสภณศีลาจารย์ (แดง โสภณเถร) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูจันทวิมล (คิ่น จันทคุตโต) เป็นพระกรรมวาจาจารย์

พ.ศ.2495 สามารถสอบได้นักธรรมชั้นเอก ที่สำนักเรียนวัดมัชฌิมาวาส จ.สงขลา พ.ศ.2499 ชักชวนหลวงปู่พระมหาจิต จิตตวโร (อดีตเจ้าอาวาสวัดควนจง) ออกไปภาวนาที่ป่าช้าปรักปริม วัดพุทธิการาม จ.สงขลา ได้ฟังธรรมะท่านพ่อลี ธัมมธโร เกิดศรัทธาแล้วถวายตัวเป็นศิษย์พร้อมกัน ต่อมาหลวงปู่พระมหาปิ่น ชลิโต เดินทางมาสมทบ จึงออกกัมมัฏฐานด้วยกัน ตั้งใจจะออกปฏิบัติภาวนา ไม่เรียนบาลี ซึ่งขณะนั้นท่านสอบได้เปรียญธรรม (ป.ธ.) 6 ประโยค จึงขอกลับไปกราบลาพระอุปัฌชาย์ แต่พระอุปัฌาชาย์แนะนำให้ทำทั้งสองอย่างพร้อมกัน จึงเป็นเหตุให้ท่านต้องขึ้นมาเรียนบาลีที่วัดราชาธิวาส กรุงเทพฯ และสอบได้ป.ธ.7 ในพ.ศ.2502

ขณะจำพรรษาอยู่ที่วัดราชาธิวาส ในสมัยพระศาสนโศภน (ปลอด อัตถการี) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส มีการสอนพระกัมมัฏฐานที่วัดราชาธิวาส ซึ่งท่านเข้าร่วมปฏิบัติกัมมัฏฐานมาโดยตลอด ต่อมา ได้รับมอบหมายจากพระสุธรรมาธิบดี (เพิ่ม อาภาโค) ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ให้เป็นผู้รับผิดชอบด้านการศึกษา เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมและบาลี รวมทั้งได้รับมอบหมายภารกิจสนองงานเจ้าอาวาสอีกมากมาย โดยพ.ศ.2530 เป็น ครูใหญ่สำนักเรียนวัดราชาธิวาสวิหาร พ.ศ.2536 เป็น ผู้ช่วยแม่กองธรรมสนามหลวง พ.ศ.2543 เป็นเจ้าสำนักเรียนวัดราชาธิวาสวิหาร และเป็นกรรมการมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ

สำหรับงานด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เป็นผู้แสดงธรรม บรรยายธรรม และแสดงปาฐกถาทั้งในวัด ในเขตปกครอง ในหน่วยงานของรัฐ เอกชน สถานศึกษา และสถานีวิทยุกระจายเสียงต่างๆ ส่วนลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2512 เป็น ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส พ.ศ.2539 เป็น รักษาการเจ้าอาวาสวัดลิเจีย จ.กาญจนบุรี พ.ศ.2539 เป็น พระอุปัชฌาย์วิสามัญ พ.ศ.2540 เป็น เจ้าคณะแขวงวชิรพยาบาล (ธรรมยุต) พ.ศ.2543 เป็น เจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส พระอารามหลวง

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2515 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระวิสุทธิคณาภรณ์ พ.ศ.2530 เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชธรรมานุวัตร พ.ศ.2537 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพปัญญามุนี พ.ศ.2543 เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมกวี พ.ศ.2564 มีพระบรมราชโองการโปรดสถาปนาขึ้นเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า พระพรหมวชิรมงคล