เมื่อวันที่ 8 ก.ค.นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายการขับเคลื่อนศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ กระทรวงศึกษาธิการ ในการประชุมซักซ้อมกระบวนการทำงานด้านการจัดการศึกษาเอกชน ว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตามนโยบายของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เพื่อให้การคุ้มครองสิทธิของครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนทุกสังกัด มีมาตรฐานเดียวกัน ลดความซ้ำซ้อนและความเหลื่อมล้ำในการให้ความช่วยเหลือ ซึ่งที่ผ่านมาแต่ละหน่วยงานดำเนินงานแยกส่วน ทำให้การแก้ไขปัญหาบางเรื่องขาดความต่อเนื่องและไม่มีศูนย์กลางในการรับเรื่องร้องเรียน ส่งผลให้ผู้ได้รับผลกระทบไม่ทราบว่าจะต้องติดต่อหน่วยงานใด ดังนั้นเราจึงต้องกำหนดให้ทุกหน่วยงานใช้ชื่อ “ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ” ร่วมกัน เพื่อให้ประชาชนจดจำได้ง่าย และสามารถเข้าถึงช่องทางการช่วยเหลือได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็นครู นักเรียน หรือบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดใดก็ตาม
“ครูไม่ได้มีเฉพาะในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หรือ อาชีวศึกษาเท่านั้น แต่ยังมีครูโรงเรียนเอกชนอีกจำนวนมาก หากถูกละเมิดสิทธิหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็ต้องมีช่องทางกลางที่สามารถเข้ามาร้องเรียนและได้รับการช่วยเหลืออย่างเท่าเทียม” นายอัครนันท์ กล่าวและว่า ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพจะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการรับเรื่องร้องเรียนตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกำหนดกรอบระยะเวลาการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอน เพื่อให้การแก้ไขปัญหารวดเร็ว โปร่งใส และสามารถติดตามผลได้ โดยมีการพัฒนาระบบในลักษณะเดียวกับแพลตฟอร์ม Traffy Fondue ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งสามารถติดตามสถานะของเรื่องร้องเรียนได้แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ จะมีการจัดทำฐานข้อมูลกลาง เพื่อรวบรวมสถิติเรื่องร้องเรียนและผลการดำเนินงาน ทำให้สามารถวัดประสิทธิภาพการทำงานของแต่ละพื้นที่และแต่ละหน่วยงานผ่านตัวชี้วัด (KPI) ได้อย่างชัดเจน หากเรื่องร้องเรียนยังไม่ได้รับการแก้ไข ระบบจะแสดงสถานะ เพื่อให้ผู้รับผิดชอบเร่งดำเนินการ ลดปัญหาการปล่อยเรื่องค้างสะสมเป็นเวลานาน เพราะที่ผ่านมา หลายปัญหาค้างอยู่เป็นปี เพราะไม่มีเจ้าภาพและไม่มีฐานข้อมูลกลาง แต่เมื่อมีระบบใหม่ เราจะรู้ว่ามีปัญหากี่เรื่อง แก้ไขแล้วกี่เรื่อง และเรื่องใดยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ทุกอย่างตรวจสอบได้
รมช.ศธ.กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ตนได้ปรับปรุงกฎระเบียบและแนวทางการดำเนินงานให้รองรับการทำงานของศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพในระยะยาว เพื่อให้ระบบสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือผู้บริหารในอนาคตก็ตาม ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพจะไม่ใช่นโยบายเฉพาะช่วงเวลา แต่จะเป็นกลไกถาวรของศธ. ที่ช่วยคุ้มครองสิทธิของครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพการศึกษา ถือเป็นอีกมิติหนึ่งของการสร้างความเป็นธรรมและความเชื่อมั่นให้กับระบบการศึกษาของประเทศ



